เกรแฮม อาร์โนลด์ กุนซือชาวออสเตรเลีย ได้รับการต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่เยี่ยงฮีโร่ ณ สนามบินซิดนีย์ เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา หลังจากสร้างผลงานระดับตำนานด้วยการพาทีมชาติอิรัก คว้าตั๋วไปลุยศึก ฟุตบอลโลกรอบสุดท้ายได้เป็นครั้งแรกในรอบ 4 ทศวรรษ
แฟนบอลชาวอิรักหลายร้อยคนรวมตัวกันร้องเพลง เต้นรำตามจังหวะกลอง และแทมบูรีน พร้อมชูป้ายแสดงความรักต่อ โค้ชวัย 62 ปี เสียงตะโกนเชียร์ “Arnie, Arnie, Arnie, oi, oi, oi” และ “Arnold number one” กระหึ่มทั่วอาคารผู้โดยสาร เพื่อขอบคุณที่พาทีมเอาชนะ โบลิเวีย 2-1 ในศึกเพลย์ออฟระหว่างทวีปที่ประเทศเม็กซิโก
ความสำเร็จครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางสถานการณ์ที่ยากลำบากอย่างยิ่ง เนื่องจากความขัดแย้งในตะวันออกกลางที่ส่งผลกระทบต่อการเดินทาง และการเตรียมทีม แต่ อาร์โนลด์ ได้แสดงภาวะผู้นำด้วยการเรียกร้องให้ FIFA จัดเครื่องบินเหมาลำให้นักเตะหนีสงครามไปเตรียมตัวที่เม็กซิโกได้ทันเวลา รวมถึงการใช้จิตวิทยา สั่งแบนโซเชียลมีเดีย เพื่อให้เหล่านักเตะโฟกัสกับเกมในสนามเพียงอย่างเดียว
อาร์โนลด์ กล่าวว่า “มันบ้ามาก บ้าจริง ๆ ผมไม่คิดว่าจะเจออะไรแบบนี้ที่ออสเตรเลีย ถ้าเป็นที่อิรักผมพอจะเดาออก แต่นี่มันเหลือเชื่อมาก การได้มาเห็นภาพแบบนี้ที่นี่มันวิเศษที่สุด ขอบคุณมากจริง ๆ”
“อย่างแรกเลย ผมอยากจะขอโทษทุกคนในอิรักที่ผมไม่สามารถเดินทางกลับไปเฉลิมฉลองที่นั่นร่วมกับพวกคุณได้ เนื่องจากการปิดน่านฟ้า”
“ผมภูมิใจในตัวนักเตะและสิ่งที่พวกเขาทำลงไปมาก การทำให้ชาวอิรักจำนวนมากมีความสุขคือเรื่องที่สำคัญที่สุด และนั่นคือหัวใจหลักของภารกิจนี้”
“ทุกอย่างที่เกิดขึ้นในตะวันออกกลางทำให้งานของเรายากขึ้น ผมสั่งแบนโซเชียลมีเดียตั้งแต่วันแรกที่เราไปถึง (เม็กซิโก) ผมไม่ต้องการให้พวกเขาคิดถึงเรื่องความขัดแย้งในตะวันออกกลาง เพราะพวกเขาต้องมีสมาธิกับหน้าที่ที่เราต้องทำที่นี่”
“การได้ไปฟุตบอลโลกคือเอกสิทธิ์ที่ยิ่งใหญ่สำหรับนักเตะทุกคน และตอนนี้สำหรับ อิรัก เราไม่มีอะไรจะเสียแล้ว การไปครั้งนี้จะช่วยเปลี่ยนภาพลักษณ์ของประเทศในสายตาชาวโลกด้วย”
สำหรับ อิรัก จะต้องเผชิญหน้ากับคู่แข่งที่แข็งแกร่งในรอบแบ่งกลุ่ม ดังนี้ 16 มิถุนายน พบ นอร์เวย์ (ที่บอสตัน), 22 มิถุนายน พบ ฝรั่งเศส (อดีตแชมป์โลก 2018 ที่ฟิลาเดลเฟีย) และ 26 มิถุนายน พบ เซเนกัล (ที่โตรอนโต, แคนาดา)
Photo by JULIO CESAR AGUILAR / AFP










ใส่ความเห็น