วันที่ 26 พฤษภาคม 2569 นายแสวง บุญมี เลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) กล่าวถึงกรณีมีผู้ยื่นคำร้องถึง กกต.ให้พิจารณาส่งเรื่องให้ศาลรัฐธรรมนูญวินิจฉัยยุบพรรคประชาชน จากกรณีที่นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ หัวหน้าพรรคประชาชนและผู้นำฝ่านค้านในสภาผู้แทนราษฎร ได้โพสต์ข้อความและให้สัมภาษณ์ในลักษณะที่อาจเข้าข่ายพาดพิงองคมนตรีและรัฐบาล จากเหตุที่องคมนตรีได้เข้าร่วมประชุมเพื่อติดตามการแก้ไขปัญหาภัยแล้งของรัฐบาล ซึ่งผู้ร้องมองว่าอาจเข้าข่ายฝ่าฝืนหรือไม่ปฏิบัติตามกฎหมายพรรคการเมือง และอาจนำไปสู่การกระทำอันเป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข
โดยเลขาธิการ กกต. ระบุถึงเรื่องนี้ว่า ขณะนี้ได้รับคำร้องมาและเรื่องอยู่ในขั้นตอนทางธุรการแล้ว ซึ่งต้องพิจารณาว่าลักษณะการแสดงความคิดเห็นดังกล่าวของนายณัฐพงษ์ เข้าองค์ประกอบความผิดตามที่กฎหมายกำหนดหรือไม่ โดยคำร้องยุบพรรคจะมีกระบวนการเริ่มพิจารณาจากนายทะเบียนพรรคการเมืองที่จะเป็นผู้รวบรวมข้อเท็จจริง ส่วนจะใช้เวลาเท่าใด ยังไม่สามารถตอบได้ เนื่องจากเรื่องเพิ่งมาถึงและจำเป็นต้องใช้เวลาพิจารณาอย่างรอบคอบ
ส่วนจะมีการตั้งคณะอนุกรรมการชุดใหม่มาพิจารณาเรื่องนี้โดยเฉพาะหรือไม่ เลขาธิการ กกต. ระบุว่า ในระบบการตรวจสอบเรื่องยุบพรรคในปัจจุบันมีอยู่ 10 กว่าเรื่อง แต่เมื่อมีเรื่องใหม่เข้ามาก็จะต้องตรวจสอบข้อเท็จจริงเบื้องต้นก่อนว่าจะรับพิจารณาหรือไม่ หากเห็นว่ามีมูลก็ส่งต่อให้คณะกรรมการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่มีการแต่งตั้งไว้อยู่แล้ว
เมื่อถามว่าการดำเนินการของนายณัฐพงษ์ ถือว่าเป็นการเซาะกร่อนบ่อนทำลายหรือไม่ และกกต.จะนำบรรทัดฐานของศาลรัฐธรรมนูญมาประกอบการพิจารณาเบื้องต้นด้วยหรือไม่นั้น เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ขณะนี้ยังไม่เห็นรายละเอียดข้อเท็จจริง ทราบแค่ว่ามีผู้มายื่นคำร้อง ซึ่ง กกต.ก็ได้ดำเนินการตามขั้นตอนปกติเหมือนกับที่ทำกับทุกพรรคการเมืองที่ผ่านมา ไม่ได้มีอะไรพิเศษ และเรื่องนี้อาจไม่เกี่ยวข้องกับคดีที่ผ่านมาก็ได้ ส่วนการที่หัวหน้าพรรคประชาชนเรียกร้องให้นายกรัฐมนตรีทบทวนเพื่อยกเลิกอำนาจและบทบาทขององคมนตรี ซึ่งมีความคาบเกี่ยวกับสถาบัน ถือเป็นเรื่องที่เหมาะสมหรือไม่นั้น เลขาธิการ กกต. กล่าวว่า ในส่วนนี้ตนไม่อยากวิพากษ์วิจารณ์ และบางอย่างเป็นประเด็นข้อกฎหมาย จึงขอไม่ตอบในเรื่องนี้
เลขาธิการ กกต. ยังกล่าวถึงความคืบหน้าคดีฮั้วสว. ที่ กกต.ชุดใหญ่กำลังพิจารณาอยู่ด้วยว่า กกต.ชุดใหญ่กำลังศึกษาข้อมูลที่สำนักงาน กกต.จัดส่งไปให้ คาดว่าจะนำเข้าสู่การประชุมได้ภายในต้นเดือนหน้า และเมื่อเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมของ กกต.ชุดใหญ่แล้วก็จะเริ่มนับถอยหลังตามกรอบเวลาที่ต้องพิจารณาให้แล้วเสร็จภายใน 90 วันตามกฎหมาย













ใส่ความเห็น