วันที่ 5 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าสถานการณ์สงครามตะวันออกกลางว่าเริ่มกลับมาปะทุรอบใหม่อีกครั้ง หลังล่าสุดสำนักข่าวรอยเตอร์รายงานว่า เมื่อวันที่ 4 พฤษภาคม ตามเวลาท้องถิ่น สหรัฐฯ และ อิหร่าน ต่างเปิดฉากโจมตีรอบใหม่ด้วยขีปนาวุธและโดรน โดยมีรายงานว่าเรือพาณิชย์หลายลำในอ่าวเปอร์เซียเกิดเหตุเพลิงไหม้ ขณะที่สหรัฐฯ อ้างว่าสามารถทำลายเรือทหารขนาดเล็กของอิหร่าน 6 ลำได้ ส่วนอิหร่านก็ตอบโต้กลับโดยอ้างว่าสามารถโจมตีท่าเรือน้ำมันแห่งหนึ่งในสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (UAE) ซึ่งเป็นที่ตั้งของฐานทัพขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ ด้วยขีปนาวุธจนเกิดเพลิงไหม้ พร้อมปฏิเสธข่าวการโจมตีเรือทหารอิหร่าน 6 ลำของสหรัฐฯ ว่า เรื่องดังกล่าวไม่ใช่เรื่องจริง
ขณะเดียวกันเกาหลีใต้ รายงานว่า เกิดเหตุระเบิดและไฟไหม้ในห้องเครื่องของเรือพาณิชย์เกาหลีใต้ที่ชื่อ HMM Namu แต่ไม่มีผู้ได้รับบาดเจ็บ ทั้งนี้ผู้เปิดเผยข้อมูลกล่าวว่ายังไม่ระบุชัดเจนว่าเหตุไฟไหม้เกิดจากการโจมตีหรือเกิดขึ้นเองจากเรือ
ด้านหน่วยงานความมั่นคงทางทะเลของอังกฤษอย่างองค์กร UKMTO รายงานว่า มีเรือ 2 ลำถูกโจมตีนอกชายฝั่งสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และ บริษัทน้ำมัน ADNOC ของ UAE ระบุว่า เรือบรรทุกน้ำมันเปล่าของบริษัทลำหนึ่งถูกโดรนอิหร่านโจมตี
สำหรับการโจมตีระหว่างกันครั้งนี้ของทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านถือเป็นการใช้กำลังทางทหารครั้งแรก นับตั้งแต่ประกาศหยุดยิงเมื่อเดือนเมษายน
ทั้งนี้ มีรายงานด้วยว่าค่าเบี้ยประกันการขนส่งทางเรือได้พุ่งสูงขึ้นอย่างมากตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังกองทัพเรือสหรัฐฯ ปิดล้อมการค้าทางทะเลของอิหร่าน ซึ่งอิหร่านมองว่าเป็นการกระทำที่เทียบเท่ากับการทำสงคราม และเคยเตือนก่อนหน้านี้ว่า จะตอบโต้การยกระดับสถานการณ์ใด ๆ ด้วยการโจมตีประเทศเพื่อนบ้านที่เป็นที่ตั้งของทหารสหรัฐฯ
ด้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า สหรัฐฯ กำลังริเริ่มโครงการใหม่ภายใต้ชื่อ Project Freedom เพื่อช่วยให้เรือที่ติดค้างอยู่บริเวณช่องแคบฮอร์มุซสามารถเดินเรือออกมาได้ หลังจากที่ได้อ้างต่อสภาคองเกรสว่าความเป็นปรปักษ์กับอิหร่านสิ้นสุดลงและไม่จำเป็นต้องยื่นขอมติจากสภาเพื่อขอใช้กำลังทางทหารต่อไป ซึ่งหลายฝ่ายมองว่าอาจเป็นการหลีกเลี่ยงข้อญัตติว่าด้วยอำนาจทำสงครามปี 1973 ที่บัญญัติว่าประธานาธิบดีสหรัฐฯ สามารถใช้กำลังทางทหารได้เพียง 60 วัน ก่อนที่จะต้องยุติเพื่อขออนุมัติจากสภาครองเกรส
ส่วนพลเรือเอก แบรดลีย์ คูเปอร์ ผู้บัญชาการกองบัญชาการกลางสหรัฐในภูมิภาค ได้เตือนให้อิหร่านอยู่ห่างจากทรัพย์สินทางทหารของสหรัฐฯ ที่กำลังปฏิบัติภารกิจ
ขณะที่อีกฝั่ง นายอับบาส อารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน กล่าวว่า จากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแสดงให้เห็นว่าวิกฤตนี้ไม่สามารถแก้ไขทางทหารได้ การเจรจาสันติภาพที่มีปากีสถานเป็นผู้ไกล่เกลี่ยกำลังมีความคืบหน้า จึงอยากขอให้สหรัฐฯ และยูเออีอย่าถูกผู้ไม่หวังดีลากเข้าไปติดหล่มความขัดแย้ง พร้อมระบุผ่านโซเชียลมีเดียส่วนตัวว่า Project Freedom คือ Project ทางตัน












ใส่ความเห็น