, ,

ศาลอาญาพิพากษา “ยกฟ้อง” ธนาธร ปมไลฟ์สดวิจารณ์วัคซีนพระราชทาน เจ้าตัวโล่งใจ พร้อมขอทุกฝ่ายยืนหลังตรงต่อกระบวนการยุติธรรม

วันที่ 28 พฤษภาคม 2569 ศาลอาญานัดฟังคำพิพากษาศาลชั้นต้นในคดีหมายเลขดำ อ.875/2565 ที่พนักงานอัยการฝ่ายคดีอาญา 5 เป็นโจทก์ยื่นฟ้องนายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ ประธานคณะก้าวหน้า ที่ตกเป็นจำเลย ในความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่นหรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 และ พ.ร.บ.ว่าด้วยการกระทำความผิดเกี่ยวกับคอมพิวเตอร์ จากกรณีเมื่อวันที่ 18 มกราคม 2564 นายธนาธร ในฐานะจำเลยได้ไลฟ์สดเฟซบุ๊กวิจารณ์การจัดหาวัคซีนของรัฐบาลในขณะนั้นในหัวข้อ “วัคซีนพระราชทาน ใครได้-ใครเสีย” อันอาจเข้าข่ายบิดเบือนข้อมูล ทำให้ประชาชนเข้าใจผิด มีการพาดพิงถึงสถาบันพระมหากษัตริย์ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับบริษัทสยามไบโอไซเอนซ์และการจัดหาวัคซีน โดยในชั้นศาลจำเลยให้การปฏิเสธ ต่อสู้คดีและได้รับการประกันตัว

โดยในวันนี้ นายธนาธร เดินทางมาฟังคำพิพากษาตามนัดของศาล ขณะเข้าอาคารศาลอาญา ผู้สื่อข่าวถามว่า มีความมั่นใจแค่ไหน นายธนาธร ได้หันมาส่งยิ้มพร้อมชูกำปั้นบอกว่า “กำลังใจดี” ก่อนเดินเข้าไปในอาคารศาลอาญา ขณะเดียวกันมีกลุ่มผู้สนับสนุนมาคอยให้กำลังใจที่บริเวณหน้าศาล รวมถึงนางสาวอมรัตน์ โชคปมิตต์กุล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน และนายชัยธวัช ตุลาธน อดีตสส.บัญชีรายชื่อ ที่เดินทางมาให้กำลังใจและร่วมฟังคำพิพากษาด้วย

ในส่วนคำพิพากษา ศาลได้พิเคราะห์คำเบิกความและพยานหลักฐานของทั้งสองฝ่ายแล้วเห็นว่า มีปัญหาต้องวินิจฉัยว่าจำเลยกระทำความผิดตามฟ้องหรือไม่ ก่อนเห็นว่าในการไลฟ์สดของจำเลยเป็นแค่การพูดถึงการบริหารจัดการวัคซีนโควิด 19 ของพล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ในขณะนั้นว่าจะสามารถรับมือกับสถานการณ์ได้หรือไม่ เพราะการแทงม้าตัวเดียวหมายถึงการใช้วัคซีนจากบริษัท สยามไบโอไซเอนซ์ เพียงเท่านั้น เพราะอาจเกิดความล่าช้าไม่สามารถรองรับความต้องการของประชาชนได้ ส่วนที่จำเลยไลฟ์สดคำว่า วัคซีนพระราชทานใครได้ใครเสียนั้นหมายความได้ถึงประชาชนทั่วไปอาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากการใช้วัคซีนแอสตร้าเซเนก้าเพียงบริษัทเดียว การกระทำของจำเลยจึงเป็นการวิพากย์วิจารณ์การทำงานของพล.อ.ประยุทธ์ ไม่มีเจตนาดูหมิ่นอาฆาตมาดร้ายสถาบันแต่อย่างใด พยานหลักฐานโจทก์จึงไม่อาจรับฟังได้ว่า จำเลยแสดงความอาฆาตมาดร้ายต่อสถาบัน จึงพิพากษาให้ยกฟ้อง

ภายหลังฟังคำพิพากษา นายธนาธร กล่าวว่า วันนี้ศาลอาญาได้อ่านคำพิพากษายกฟ้องในคดีที่เกี่ยวข้อง ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112 โดยศาลพิเคราะห์แล้วว่าไม่มีเนื้อหาส่วนไหนล่วงละเมิดสถาบัน แต่เป็นการวิพากษ์วิจารณ์การทำงานของรัฐบาล นั้นเป็นใจความหลักของการพิพากษาของศาลในวันนี้

ส่วนกรณีบริษัทสยามไบโอไซเอน ก็ไม่มีอะไรเหมือนสิ่งที่กล่าวไป วันนี้ก็รู้สึกโล่งใจ แต่ยังมีนักโทษการเมืองจำนวนมากที่ไม่ได้รับสิทธิ์ในการประกันตัว บางคนติดคุก พวกเขาไม่ได้เป็นอาชญากร ไม่ได้ฆ่าใคร แค่มีความคิดและพูดเห็นต่างเท่านั้น จำเป็นต้องมีคนต่อสู้เพื่อให้เป็นธรรรมกับคนเหล่านี้ ตนมองว่าการพิจารณาของศาลวันนี้ สอดคล้องกับที่ นายอดิศักดิ์ ตันติวงศ์ ประธานศาลฎีกา ได้ออกมามอบนโยบายเมื่อสัปดาห์ก่อน ว่าคดีที่เกี่ยวข้องกับคดีการเมือง คดีการฟ้องปิดปาก ให้ยกฟ้องทั้งหมด เพราะประเทศไทยเสียทรัพยากรเป็นอย่างมาก ไม่ว่าจะเป็นเวลาของผู้พิพากษา เจ้าหน้าที่ศาล อัยการ ตำรวจ ตนขอใช้โอกาสนี้เรียกร้องกับบุคคลในกระบวนการยุติธรรมทั้งหมดอย่าเอาใจฝ่ายการเมือง ให้ยืนยันในหลักการอย่างหนักแน่น ให้ไปใช้เวลากับคดีที่ต้องการความเร่งรัดคดีอื่นดีกว่า ดังนั้นตนคิดว่าเริ่มได้เลยตั้งแต่วันนี้ตั้งแต่ชั้นตำรวจอัยการ เพื่อให้ทุกคนเข้าถึงสิทธิ์เสรีภาพได้อย่างแท้จริง ส่วนหลังจากนี้หากเป็นเรื่องใหญ่และจำเป็น ตนเองมีความเชี่ยวชาญด้านนั้น ตนก็พร้อมจะออกมาวิพากษ์วิจารณ์ต่อ

นายธนาธร ยังระบุถึงกรณีที่อัยการจะอุทธรณ์ในคดีดังกล่าวหรือไม่ด้วยว่า จะอุทธรณ์หรือไม่ตนไม่ได้กังวล เพราะเป็นหน้าที่ของอัยการที่สามารถดำเนินการได้เลย ยืนยันวันนี้ไม่ได้เสียขวัญ ตื่นมาด้วยจิตใจแจ่มใสเบิกบานและสงบ ขวัญกำลังใจดีขอบคุณทนายที่ร่วมสู้กันมาหลายปีและประชาชนเข้ามาให้กำลังใจกันในช่วงที่สังคมมืดมิด

 

admin Avatar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Resize text-+=
Skip to content