อย่าแชร์ต่อ! ดีอี แจงชัด “อีโบลาเข้าไทย” ไม่จริง
วันที่ 29 พฤษภาคม 2569 นายเวทางค์ พ่วงทรัพย์ ในฐานะโฆษกกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) ฝ่ายข้าราชการประจำ กล่าวถึงผลการมอนิเตอร์และรับแจ้งข่าวปลอมของศูนย์ต่อต้านข่าวปลอมประเทศไทย (AFNC) ซึ่งเป็นไปตามนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาภัยความมั่นคงและภัยทางสังคมของนายไชยชนก ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม (ดีอี) โดยยกระดับความสำคัญเรื่องการสร้างความตระหนักรู้เท่าทันภัยอาชญากรรมทางเทคโนโลยี ข่าวปลอม และข้อมูลบิดเบือน
ทั้งนี้ ในวันที่ 27 พฤษภาคม 2569 AFNC ได้ตรวจสอบพบข้อความทั้งหมด 160,889 ข้อความ โดยมีข้อความที่ต้องดำเนินการตรวจสอบ (Verify) ทั้งสิ้น 4,990 ข้อความ สำหรับช่องทางที่มีการพบเบาะแสมากที่สุด คือ ข้อความที่มาจาก Social Listening 4,990 ข้อความ โดยเป็นเรื่องที่ต้องดำเนินการตรวจสอบทั้งหมด 29 เรื่อง ได้รับผลการตรวจสอบจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องแล้ว 10 เรื่อง ในจำนวนนี้เป็นข่าวที่ได้รับความสนใจจากประชาชนมากที่สุด 7 เรื่อง ซึ่งเป็น ข่าวปลอม 6 เรื่อง ข่าวบิดเบือน 3 เรื่อง ดังนี้
อันดับที่ 1 ข่าวปลอม เรื่อง ไวรัสอีโบลาเข้าไทยแล้ว
อันดับที่ 2 ข่าวปลอม เรื่อง ไวรัสฮันตามีอัตราเสียชีวิตสูงกว่าโควิด 20 เท่า
อันดับที่ 3 ข่าวบิดเบือน เรื่อง ปรับสถานะครูอัตราจ้าง ผลักดันเงินเดือนใหม่สูงสุด 20,000 เริ่ม 2 มิ.ย. 69
อันดับที่ 4 ข่าวปลอม เรื่อง พบที่พักอาศัยบริเวณโครงสร้างทางวิ่งของรถไฟฟ้าบีทีเอส
อันดับที่ 5 ข่าวบิดเบือน เรื่อง พนักงานปูเตียงรถไฟคดีดัง ได้รับอภัยโทษ 11 ครั้ง ติดจริงแค่ 12 ปี
อันดับที่ 6 ข่าวปลอม เรื่อง PEA ส่ง SMS แจ้งเตือนชำระค่าไฟไม่สำเร็จ ให้ติดต่อเจ้าหน้าที่ผ่านลิงก์
อันดับที่ 7 ข่าวปลอม เรื่อง โครงการไทยช่วยไทยพลัส ประชาชนใช้สิทธิเต็มแล้ว 30 ล้านสิทธิ (27 พ.ค. 69)
อันดับที่ 8 ข่าวบิดเบือน เรื่อง อบจ.ลพบุรี ใช้งบ 300 ล้านบาท จัดซื้อเครื่องออกกำลังกาย 3 แห่ง
อันดับที่ 9 ข่าวปลอม เรื่อง พบข้อมูลส่วนบุคคลรั่วไหล หลังลงทะเบียนไทยช่วยไทยพลัสและอัปเดตข้อมูลในแอปเป๋าตัง
สำหรับอันดับ 1 เรื่อง “ไวรัสอีโบลาเข้าไทยแล้ว” กระทรวงดีอี ได้ตรวจสอบร่วมกับ กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ยืนยันเป็น “ข่าวปลอม” เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบัน ณ วันที่ 27 พ.ค. 69 ยังไม่มีรายงานการพบผู้ป่วยโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลาในประเทศไทย ซึ่งกรมควบคุมโรคได้ดำเนินการเฝ้าระวังในกลุ่มผู้เดินทางที่มาจากเขตติดโรคติดต่ออันตราย กรณีโรคติดเชื้อไวรัสอีโบลา ได้แก่ประเทศ DR Congo และ Uganda ซึ่งจากการเฝ้าระวังผู้เดินทางฯ ที่เข้ามาในประเทศระหว่างวันที่ 21-25 พ.ค. 69 จำนวน 53 ราย ไม่พบผู้ป่วยที่ต้องเข้าเกณฑ์สอบสวนโรค
อย่างไรก็ตาม กระทรวงดีอี มีความห่วงใยประชาชน เรื่องความตระหนักรู้เท่าทันข่าวปลอมที่ถูกแพร่กระจายบนสื่อออนไลน์ โซเชียล ซึ่งหากขาดความรู้เท่าทัน ส่งต่อข้อมูลข่าวปลอม ทำให้เกิดการหลงเชื่อ สร้างความเข้าใจที่คลาดเคลื่อน สร้างความเสียหายต่อทรัพย์สิน หรือข้อมูลส่วนบุคคล และอาจส่งผลกระทบต่อประชาชนในสังคมเป็นวงกว้าง โดยขอให้ประชาชนเลือกเชื่อ เลือกแชร์ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ ซึ่งได้รับการเผยแพร่จากหน่วยงานที่เป็นทางการเท่านั้น และควรตรวจสอบข้อเท็จจริงของข่าวหรือลิงก์เว็บไซต์ให้แน่ชัด










ใส่ความเห็น