วันที่ 15 พฤษภาคม 2569 การประชุมรัฐสภาที่มีนายโสภณ ซารัมย์ ประธานรัฐสภาเป็นประธานในการประชุม นายเสกสิทธิ์ แย้มสงวนศักดิ์ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรกรุงเทพมหานคร พรรคประชาชน ได้อภิปรายแสดงความกังวลต่อกรณีการแก้ไขร่างรัฐธรรมนูญของรัฐบาลว่า ตนเป็นกังวลว่าร่างรัฐธรรมนูญฉบับแก้ไขของพรรคภูมิใจไทยที่เตรียมจะยื่นให้รัฐสภาพิจารณาในเร็ว ๆ นี้ อาจมีเนื้อหาที่แย่กว่าฉบับเดิม อีกทั้ง ก่อนหน้านั้นในการจัดทำรัฐธรรมนูญ พรรคภูมิใจไทยเองก็จงใจทำให้คณะยกร่างรัฐธรรมนูญไม่ยึดโยงกับประชาชน
นายเสกสิทธิ์ กล่าวต่อว่า รัฐธรรมนูญ ปี 2560 เป็นรัฐธรรมนูญที่มีปัญหาในเชิงกลไกอำนาจ สร้างกลไกปรปักษ์ประชาธิปไตยผ่านเครื่องมือ คือ ศาลรัฐธรรมนูญ องค์กรอิสระ ที่ใช้การกดขี่ปราบปรามทางกฎหมายพลังการเมืองฝ่ายก้าวหน้า บอนไซพลังการเมืองฝ่ายประชาธิปไตย รวมถึงเซาะกร่อนบ่อนทำลายเสถียรภาพการเมืองในระบอบประชาธิปไตย และล่าสุดยังทำลายด้วยดุลอำนาจของฝ่ายนิติบัญญัติที่ถ่วงดุลอำนาจให้การแก้ไขมาตรา 112 ไม่ชอบด้วยรัฐธรรมนูญ ซึ่งผลประชามติ 21 ล้านเสียงไม่ใช่การหยั่งเสียง หรือ โยนหินถามทาง แต่คือการแสดงอำนาจสถาปนารัฐธรรมนูญที่เป็นของปวงชนชาวไทยและ 21 ล้านเสียงจากประชามติเป็นเสียงข้างมากที่มากกว่าผลการเลือกตั้งของพรรคการเมืองอันดับหนึ่งหรืออันดับสองรวมกัน ถือเป็นเจตจำนงข้ามพ้นจากทุกพรรคการเมือง นโยบายการเมือง
นายเสกสิทธิ์ กล่าวทิ้งท้ายด้วยว่า ประชามติ 21 ล้านเสียง เท่ากับเท้า 21 ล้านคู่ หากเท้าก้าวลงบนถนนราชดำเนิน คงล้นไปถึงหน้าทำเนียบรัฐบาล ผมหวังว่านายกฯ ไม่อยากให้สถานการณ์นี้เกิดขึ้น ดังนั้น หวังว่ารัฐบาลจะเคารพผลประชามติ ที่ต้องการทำรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ โดยไม่สกัด ขัดขวางและเห็นด้วยในการร่วมกันทำลายกลไกปรปักษ์ประชาธิปไตย











ใส่ความเห็น