,

“โรม” กังวล “ชนนพัฒฐ์” ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลังสภาฯ ลงมติไม่ส่งตัว

“โรม” กังวล “ชนนพัฒฐ์” ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม หลังสภาฯ ลงมติไม่ส่งตัว

วันนี้ (29 พ.ค. 69) ที่ประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งมีนายโสภณ ซารัมย์ เป็นประธานการประชุม ได้พิจารณากรณีที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ขออนุญาตสภาฯ ออกหมายเรียกนายชนนพัฒฐ์ นาคสั้ว สส.สงขลา พรรคกล้าธรรม ไปรับทราบข้อกล่าวหาและสอบปากคำตามคำสั่งอัยการสูงสุด

ซึ่งผลการลงมติปรากฏว่า เห็นด้วย 126 เสียง ไม่เห็นด้วย 308 เสียง และงดออกเสียง 2 เสียง ส่งผลให้สภาฯ มีมติไม่อนุญาตให้ส่งตัวนายชนนพัฒฐ์ไปดำเนินคดีตามคำร้องดังกล่าว

ด้านนายรังสิมันต์ โรม สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน กล่าวว่า เรื่องนี้อาจทำให้ประชาชนสูญเสียความเชื่อมั่นต่อสภา แม้ยังไม่มีใครตัดสินว่านายชนนพัฒฐ์ผิดหรือไม่ผิด แต่เมื่อพิจารณาจากข้อกล่าวหาและลักษณะคดี ตนมองว่าการที่สภาไม่อนุญาตให้ดำเนินคดี อาจถูกมองว่าเป็นการปกป้องผู้ถูกกล่าวหา ไม่ว่าจะเป็นอาชญากรรมข้ามชาติ หรือข้อข้อกล่าวหาร้ายแรงอื่น ๆ

นายรังสิมันต์ยังเห็นว่า สภาไม่ควรใช้เหตุผลว่าเคยมีแนวปฏิบัติแบบนี้มาก่อนแล้วต้องทำเหมือนเดิมทุกครั้ง แต่ควรพิจารณาเป็นรายกรณีตามข้อเท็จจริงและความร้ายแรงของคดี พร้อมยกตัวอย่างว่า บางกรณีเป็นเรื่องของนักเคลื่อนไหวทางการเมือง ซึ่งมีบริบทต่างจากคดีลักษณะนี้ ดังนั้นในเมื่อข้อเท็จจริงแตกต่างกัน การใช้ดุลพินิจของสภาก็ควรจะมีความแตกต่างกัน

“จากที่ผมอ่านสถานการณ์วันนี้ที่นักการเมืองเสียงส่วนใหญ่ในสภา ยังถือหลักปฏิบัติแบบนี้ ตนเป็นห่วงว่าอาจจะเป็นเพราะว่าก็รู้กันดีหรือเปล่า ว่ามีนักการเมืองหลาย ๆ คนที่อาจจะเกี่ยวข้องกับเว็บพนัน เกี่ยวข้องกับการพนันออนไลน์ เกี่ยวข้องกับทุนสีเทาหลาย ๆ คน หากให้สภายอมให้ฝ่ายบ้านเมืองเขาสามารถดำเนินการ ต่าง ๆ ได้ เกรงว่าในไม่ช้า มันจะลุกลามบานปลายไปถึงคนอื่นหรือเปล่า อันนี้ผมก็ได้แต่สันนิษฐาน แต่ไม่ว่ายังไง วันนี้ก็ต้องยอมรับว่ามันน่าผิดหวัง และทำลายความเชื่อน่าเชื่อถือของสภา” นายรังสิมันต์ ระบุ

ส่วนกรณีที่นายรังสิมันต์ได้โพสต์ข้อความฝากไปถึงรัฐบาลให้ ตม.เฝ้าระวังการหลบหนี วันสุดท้ายของสภาก็ต้องเตรียมกำลังมารอรับที่สภาได้เลย ที่สำคัญหน่วยความมั่นคงตามแนวชายแดนจะต้องกวดขัน ไม่ให้มีการใช้ช่องทางธรรมชาติหลบหนีได้ ก็ต้องยอมรับว่า “กันไว้ก่อน” นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่มีมติอะไรทำนองนี้ แล้วปรากฏว่าในภายหลัง แล้วตามจับไม่ได้ บางกรณีศาลพิพากษาแล้วด้วยซ้ำ จนถึงวันนี้ยังตามจับไม่ได้

ดังนั้นเราไม่รู้หรอกว่าสุดท้ายนายชนนพัฒฐ์ จะหนีไปที่ต่างประเทศหรือไม่ แต่สิ่งที่ควรจะทำคือ ไม่ว่าจะเป็นเจ้าหน้าที่ DSI หรือรัฐบาลอาจจะมีการสั่งการไปยังหน่วยงานตำรวจให้เฝ้าระวัง ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ควรจะทำ เรารู้อยู่แล้วว่าสภาจะปิดสมัยประชุมเมื่อไหร่ วันสุดท้ายจะเป็นเมื่อไหร่ ก็ควรจะมีการตระเตรียมไว้ตั้งแต่เนิ่น ๆ  นี่คือสิ่งที่สามารถรู้ได้

นายชนนพัฒฐ์ เป็น สส.ภาคใต้ มันก็ไม่ค่อยไกลจากชายแดนเท่าไหร่ ตนคิดว่า พื้นที่ตรงนั้นก็ต้องเฝ้าระวัง หากปรากฏว่ามีการหลบหนีจริง ซึ่งก็หวังว่าคงจะไม่เกิดขึ้น แต่ถ้ามีการหลบหนีก็ต้องมีการเอาผิดกับเจ้าหน้าที่ว่าทำไมถึงหละหลวมปล่อยให้มีการหลบหนี

ดังนั้นวันนี้สิ่งที่เราควรจะทำได้ให้เป็นเยี่ยงอย่างคือต้องไม่มีนักการเมืองคนใดที่เกี่ยวข้องกับทุนสีเทาสามารถหลุดรอดจากการดำเนินคดีตามกฎหมายของบ้านเมืองไปได้ ตนคิดว่าอันนี้เป็นวาระที่สำคัญที่สุด และถ้าหากสุดท้ายนายชนนพัฒฐ์ไม่ถูกดำเนินคดีต่อไปในวันข้างหน้า ตนคิดว่าสภาแห่งนี้จะเป็นส่วนหนึ่งของการทำลายกระบวนการยุติธรรมที่จะเอานักการเมืองที่เชื่อมกับทุนเทามาลงโทษ

นายรังสิมันต์ยังระบุว่า หากสุดท้ายนายชนนพัฒฐ์ไม่เข้าสู่กระบวนการยุติธรรม สภาก็ปฏิเสธความรับผิดชอบไม่ได้ เพราะเป็นผู้ลงมติไม่อนุญาตให้ดำเนินคดี

 

admin Avatar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Resize text-+=
Skip to content