, , ,

นายกฯ ปลื้มกระแสตอบรับ “ไทยช่วยไทยพลัส” หลังยอดใช้จ่าย 2 วัน พุ่งทะลุ 4.5 พันล้านบาท ย้ำจ่ายค่ารถเมล์-เรือ-รถไฟฟ้าได้

วันที่ 3 มิถุนายน 2569 น.ส.รัชดา ธนาดิเรก โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวถึงความคืบหน้าการใช้สิทธิโครงการ “ไทยช่วยไทย พลัส 60/40” ว่า ประชาชนยังใช้จ่ายอย่างคึกคักต่อเนื่อง โดยข้อมูลถึงเวลา 23.00 น.วันที่ 2 มิ.ย.ที่ผ่านมา ใช้จ่ายสะสม 4,542.08 ล้านบาท ประชาชนใช้สิทธิสำเร็จ 14,402,305 คน ร้านค้ามียอดใช้จ่ายสำเร็จ 792,045 ร้านค้า

นอกจากนั้นยังสามารถใช้บริการระบบขนส่งมวลชน ที่ร่วมโครงการคือ รถไฟฟ้า 8 สาย ดังนี้ MRT สายสีม่วง, สายสีน้ำเงิน, สายสีชมพู, สายสีเหลือง, BTS สายสีเขียว, สายสีทอง รถไฟฟ้าสายสีแดง Airport Rail Link รวมถึง รถโดยสารประจำทาง ขสมก. เรือด่วนเจ้าพระยา และรถโดยสาร บขส.

ทั้งนี้การใช้สิทธิในโครงการต้องซื้อสินค้าและบริการตามมูลค่าที่ชำระจริง ห้ามร้านค้าทอนเงินสดหรือแลกคืนเป็นเงินสดทุกกรณี หากตรวจพบการกระทำผิด ร้านค้าจะถูกระงับสิทธิการเข้าร่วมโครงการ และเรียกคืนเงินสนับสนุนจากภาครัฐ จึงขอความร่วมมือจากประชาชนและผู้ประกอบการ ปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเคร่งครัด เพื่อให้มาตรการประคับประคองค่าครองชีพเกิดประโยชน์ต่อประชาชนและระบบเศรษฐกิจ ตามวัตถุประสงค์โครงการ

ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงเสียงตอบรับโครงการไทยช่วยไทยพลัส หลังลงพื้นที่สำรวจที่ตลาดศรีย่านในวันนี้ว่า ตนไปศรีย่านประจำอยู่แล้ว เพราะชอบไปกินก๋วยเตี๋ยวหน้าตลาดศรีย่าน ก็เห็นประชาชนมาจับจ่ายใช้สอยโครงการไทยช่วยไทยพลัส เห็นความคึกคักมากพอสมควร ได้สอบถามทั้งคนซื้อคนขายเขาก็พึงพอใจ เมื่อถามว่าเห็นกระแสแล้วถือว่าเป็นไปตามเป้าหมายหรือไม่ นายอนุทิน มองว่า ทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ทั้งผู้ซื้อผู้ขาย โดยรัฐบาลเน้นช่วยเหลือผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ในตะวันออกกลางทั้งค่าน้ำมัน ค่าไฟ และเมื่อได้ดูของจริงเห็นว่า ไม่ใช่แค่ซื้อข้าว ซื้ออาหาร แต่ตามร้านของชำ ร้านสะดวกซื้อต่าง ๆ ก็มีคนไปใช้สิทธิ์ทั้งโครงการไทยช่วยไทยพลัสและบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ เมื่อเข้าไปเขาก็พึงพอใจ

เมื่อถามว่า มีเสียงสะท้อนขออะไรเพิ่มเติมหรือไม่ นายอนุทิน กล่าวว่า ประชาชนบอกว่าอย่าหยุด จึงบอกไปว่า ถ้าโครงการได้รับการตอบรับดี อย่างที่บอกเป็นการช่วยกันทำให้เม็ดเงินเข้าไปมีการไหลเวียนในระบบเศรษฐกิจมากขึ้น รัฐบาลก็ต้องหาเรื่องพลัสต่อเนื่อง คงไม่ใช่ออกมาในรูปแบบเดิม รัฐบาลมีหน้าที่ต้องหาโปรแกรมดี ๆ โครงการดี ๆ มาให้ประชาชนได้รับประโยชน์มากที่สุดเท่าที่จะทำได้อยู่แล้ว

ส่วนกรณีที่คนลงทะเบียนไม่ครบ 30 ล้านสิทธิ์ที่เตรียมไว้ เงินส่วนที่เหลือก็จะนำไปใช้ประโยชน์อย่างอื่น โดยเฉพาะกับสิ่งจำเป็นเร่งด่วน

 

 

admin Avatar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Resize text-+=
Skip to content