วันที่ 13 มิถุนายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เว็บไซต์ราชกิจจานุเบกษา ประกาศเรื่อง “สถาปนาพระเกียรติยศ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” โดยมีใจความว่า
พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมให้ประกาศว่า โดยที่ทรงพระอนุสรณ์ถึงสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ซึ่งสิ้นพระชนม์เมื่อวันพฤหัสบดีที่ ๑๑ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙ ว่าเป็นพระราชธิดาพระองค์ใหญ่ ผู้เปี่ยมด้วยพระจริยวัตรอันงดงาม ได้ทรงปฏิบัติพระกรณียกิจ ด้วยพระวิริยอุตสาหะ และพระกตัญญูกตเวทิตา ฉลองพระเดชพระคุณ เป็นที่ไว้วางพระราชหฤทัย ก่อให้เกิดประโยชน์แก่บ้านเมือง เป็นที่ประจักษ์แก่ตาแก่ใจของมหาชนทั่วไปทุกหนทุกแห่ง
ทรงอุทิศพระองค์ปฏิบัติพระกรณียกิจนานัปการ ทั้งในด้านกระบวนการยุติธรรม การสาธารณกุศล การคุ้มครองสิทธิมนุษยชน การพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้ด้อยโอกาส และการต่างประเทศ ทรงดำรงตำแหน่งเอกอัครราชทูตวิสามัญผู้มีอำนาจเต็มประจำสาสาธารณรัฐออสเตรีย ทรงรับปฏิบัติงานที่คณะทูตถาวรแห่งประเทศไทย ประจำองค์การสหประชาชาติ ณ นครนิวยอร์ก
ทรงรับราชการในตำแหน่งอัยการผู้เชี่ยวชาญ สำนักงานอัยการสูงสุด ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มูลนิธิพัชรสุธาคชานุรักษ์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ มูลนิธิภูบดินทร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ และมูลนิธิราชทัณฑ์ปันสุข ทำความ ดี เพื่อชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ตลอดจนรับเป็นพระราชภาระในการดูแลทุกข์สุของพสกนิกร เป็นอเนกปริยาย
เมื่อเสด็จสิ้นพระชนม์ เป็นเหตุให้พระองค์และประชาชนทุกหมู่เหล่า อาลัยระลึกถึงเป็นอันมาก ทรงพระราชดำริว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอพระองค์นั้น ทรงพระเกียรติคุณเป็นที่เชิดชูแห่งพระราชวงศ์ ควรได้รับพระเกียรติยศใหญ่ยิ่ง โดยอนุโลมตามโบราณราชประเพณี
จึงมีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้เจ้าพนักงานจัดเศวตฉัตร ๗ ชั้น กางกั้นพระโกศ พระราชทานเป็นเครื่องเฉลิมพระเกียรติยศให้ปรากฏสืบไป
ประกาศ ณ วันที่ ๑๓ มิถุนายน พุทธศักราช ๒๕๖๙
เป็นปีที่ ๑๑ ในรัชกาลปัจจุบัน












ใส่ความเห็น