ซีพี ออลล์ เอาจริง! แจ้งความ “มาเฟียกดบัตร” หลังด่า-ขู่พนักงานเซเว่น
จากกรณีคลิปชายรายหนึ่งก่อเหตุโวยวาย ด่าทอ ข่มขู่ และปาสิ่งของใส่พนักงานร้านเซเว่น อีเลฟเว่น สาขาเขตหลักสี่ หลังไม่พอใจที่ร้านไม่สามารถเปิดเครื่องกดบัตรคอนเสิร์ตเพิ่มได้ เนื่องจากมีลูกค้ารอคิวอยู่ก่อน โดยชายคนดังกล่าวยังยอมรับว่าเป็น “รีเซลจีน” หรือนายหน้ารับกดบัตรเพื่อนำไปขายต่อในราคาสูง
ภาพจาก X @Abcnkpp
เหตุการณ์เกิดขึ้นเมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ขณะมีลูกค้ารายหนึ่งรอคิวกดบัตรคอนเสิร์ตอยู่ก่อน ต่อมาชายผู้ก่อเหตุเดินเข้ามาขอกดบัตรเช่นกัน แต่พนักงานแจ้งว่าระบบเปิดให้กดได้เพียง 1 เครื่อง จึงต้องรอคิว ทำให้ชายรายดังกล่าวไม่พอใจ โวยวาย ใช้คำหยาบ ข่มขู่พนักงาน และปาสิ่งของใส่เคาน์เตอร์
ล่าสุด สำนักบริหารการสื่อสารองค์กร บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้ออกแถลงการณ์ว่า จากกรณีที่มีการเผยแพร่คลิปเหตุการณ์ผ่านสื่อสังคมออนไลน์ ซึ่งเป็นเหตุการณ์ระหว่างลูกค้าและพนักงานภายในร้านเซเว่น อีเลฟเว่น ขณะให้บริการกดบัตรคอนเสิร์ต เมื่อวันที่ 4 กรกฎาคม 2569 ที่ผ่านมา
บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) ได้รับทราบเหตุการณ์ดังกล่าวแล้ว และได้ตรวจสอบข้อเท็จจริงร่วมกับผู้เกี่ยวข้องอย่างรอบด้าน
บริษัทขออภัยต่อความไม่สะดวกและความไม่สบายใจที่เกิดขึ้น พร้อมยืนยันว่า บริษัทให้ความสำคัญกับการให้บริการลูกค้าด้วยความสุภาพ เอาใจใส่อย่างเต็มความสามารถของพนักงานทุกคน ขณะเดียวกัน บริษัทให้ความสำคัญกับการคุ้มครองสิทธิ ศักดิ์ศรี และความปลอดภัยของพนักงานทุกคนเช่นเดียวกัน
จากการตรวจสอบเบื้องต้น บริษัทพบว่ามีการใช้ถ้อยคำที่อาจเข้าข่ายสร้างความเสียหายต่อชื่อเสียงและศักดิ์ศรีของพนักงาน บริษัทจึงได้ดำเนินการแจ้งความตามกระบวนการทางกฎหมาย เพื่อคุ้มครองสิทธิของพนักงาน
ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวมิได้มีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความขัดแย้งกับลูกค้า แต่เป็นการยืนยันหลักการว่า พนักงานทุกคนควรได้รับการปฏิบัติด้วยความสุภาพ ให้เกียรติ และปราศจากการคุกคามหรือการใช้ถ้อยคำที่ไม่เหมาะสม
บริษัทเชื่อมั่นว่า การบริการที่ดีเกิดขึ้นได้จากการเคารพซึ่งกันและกัน ทั้งลูกค้าและพนักงาน และหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเหตุการณ์ลักษณะนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก
บริษัทจะนำเหตุการณ์ครั้งนี้ไปพัฒนาแนวทางการให้บริการและมาตรการดูแลพนักงาน เพื่อให้เกิดบรรยากาศการใช้บริการที่ปลอดภัย เป็นมิตร และเป็นธรรมสำหรับทุกฝ่าย
บริษัทขอขอบคุณทุกความคิดเห็นและความห่วงใยที่มีต่อเหตุการณ์ดังกล่าว”









ใส่ความเห็น