,

ทาสหมาใจสลาย! สาวโพสต์ขอความเป็นธรรม หลัง “เฉาก๊วย” สุนัขแสนรักถูกคนงานแคมป์ก่อสร้างทำร้ายก่อนนำไปเผาซ้ำ อ้างฉุนสุนัขมากัดไก่ก่อน

วันที่ 11 กรกฎาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บัญชีผู้ใช้งานเฟซบุ๊ก “Racha Samermit” ได้โพสต์เรื่องราวร้องขอความเป็นธรรมให้กับสุนัขของตน หลังสุนัขที่ตนเลี้ยงไว้ชื่อ “เฉาก๊วย” ถูกคนงานของแคมป์โครงการก่อสร้างถนนบายพาสแกลง–ระยอง ทำร้ายร่างกายและนำร่างไปเผาซ้ำจนเสียชีวิต โดยหญิงสาวเจ้าของเรื่องได้เล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นผ่านโพสต์ดังกล่าวที่ระบุใจความว่า

“ขอความกรุณาเพื่อน ๆ พี่ ๆ ที่เห็นโพสนี้ช่วยแชร์นะคะ

ขอเป็นตัวแทนในการเล่าเรื่องและทางครอบครัวยินดีอย่างยิ่งที่จะรับคำแนะนำเกี่ยวกับแนวทางการดำเนินการตามกฎหมายและขั้นตอนที่เกี่ยวข้องต่อไปค่ะ

วันที่เกิดเหตุ: 9 กรกฎาคม 2569 (เมื่อวาน)

สถานที่เกิดเหตุ: บริเวณแคมป์คนงานโครงการก่อสร้างถนนบายพาสแกลง–ระยอง ถนนสุขุมวิท อำเภอแกลง จังหวัดระยอง

“เฉาก๊วย” เป็นสุนัขที่ครอบครัวเลี้ยงไว้บริเวณร้านณิฎาพรรณไม้ ซึ่งตั้งอยู่ติดกับพื้นที่โครงการก่อสร้างและแคมป์คนงานดังกล่าว

ตามปกติ เฉาก๊วยจะเดินไปเล่นกับเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของโครงการเป็นประจำตั้งแต่ยังเล็ก และจะกลับมากินอาหารที่ร้านวันละประมาณ 1-2 ครั้ง

อย่างไรก็ตาม ในวันที่เกิดเหตุ เฉาก๊วยได้หายตัวไป จนกระทั่งเวลาประมาณ 15.30 น. พี่ รปภ.ได้พบร่างของเฉาก๊วยเสียชีวิต โดยปรากฏร่องรอยการถูกทำร้ายและถูกเผา ตามภาพหลักฐานที่แนบมาพร้อมโพสต์นี้

จากข้อมูลที่ครอบครัวได้รับแจ้งเบื้องต้น สุนัขถูกกล่าวอ้างว่าได้เข้าไปกัดลูกไก่ที่คนงานรายหนึ่งเลี้ยงไว้ภายในบริเวณแคมป์จนตาย ต่อมาจึงมีการทำร้ายสุนัขและนำร่างไปเผา

พี่ รปภ. ผู้พบเหตุได้ให้ข้อมูลเบื้องต้นแก่ทางเราว่า การทำร้ายและเผาสุนัขมิได้เกิดขึ้นเพื่อระงับเหตุในขณะที่สุนัขกำลังกัดไก่ แต่เป็นการกระทำภายหลังจากเหตุการณ์ดังกล่าวยุติลงแล้ว และมีการกล่าวถึงเจตนาที่จะนำสุนัขไปบริโภค

ทั้งนี้ ข้อเท็จจริงทั้งหมดข้างต้นยังอยู่ในกระบวนการตรวจสอบและรวบรวมพยานหลักฐานโดยเจ้าหน้าที่ผู้เกี่ยวข้อง

ภายหลังได้รับทราบเหตุการณ์ ครอบครัวได้เดินทางไปยังบริเวณแคมป์คนงานเพื่อสอบถามข้อเท็จจริงจากผู้ที่เกี่ยวข้อง และได้เข้าแจ้งความต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อให้ดำเนินการตรวจสอบตามกระบวนการทางกฎหมายเรียบร้อยแล้ว โดยมีเอกสารประกอบตามที่แนบไว้

ในส่วนของคู่กรณี ได้มีการเข้าแจ้งความกลับในประเด็นการปล่อยปละละเลยสัตว์ดุร้าย ทางครอบครัวขอเรียนว่า เรายินดีรับผิดชอบตามกฎหมายในส่วนที่เกี่ยวข้อง หากมีพยานหลักฐานพิสูจน์ได้อย่างชัดเจนว่าเฉาก๊วยเป็นสุนัขที่ก่อเหตุจริง เนื่องจากบริเวณแคมป์คนงานดังกล่าวมีสุนัขอยู่หลายตัว

สิ่งที่ครอบครัวมีความกังวลใจในขณะนี้ คือมีการขอให้ทางเรายุติเรื่องหรือยอมความ โดยให้เหตุผลว่าอาจส่งผลกระทบต่อการดำเนินงานของโครงการ

อย่างไรก็ตาม ครอบครัวเห็นว่าเหตุการณ์นี้ไม่ใช่เพียงข้อพิพาทเรื่องสุนัขกัดไก่เท่านั้น แต่มีประเด็นที่สมควรได้รับการตรวจสอบอย่างเป็นธรรมและโปร่งใสอย่างน้อย 2 ประการ คือ

  1. การกระทำต่อสัตว์ภายหลังเหตุการณ์สิ้นสุดลง ขอให้ตรวจสอบว่าการทำร้ายและเผาสุนัขดังกล่าวเข้าข่ายการทารุณกรรมสัตว์ การทำให้ทรัพย์สินของผู้อื่นเสียหาย หรือเป็นการกระทำที่เกินสมควรแก่เหตุหรือไม่ รวมถึงควรมีมาตรการใดเพื่อป้องกันมิให้เกิดเหตุในลักษณะเดียวกันขึ้นอีกในอนาคต
  2. การควบคุมดูแลพื้นที่โครงการและมาตรฐานความปลอดภัย รวมถึงความเหมาะสมของการนำสัตว์มาเลี้ยงภายในพื้นที่ปฏิบัติงานหรือไม่

ขอยืนยันอีกครั้งว่าครอบครัวไม่ได้มีเจตนาจะปกปิดหรือหลีกเลี่ยงความรับผิดชอบในส่วนของทางเราเอง หากปรากฏหลักฐานว่าสุนัขของเราเป็นผู้ก่อความเสียหายจริง เรายินดีดำเนินการชดใช้ตามความเหมาะสมและตามกฎหมาย

แต่ในขณะเดียวกัน การกระทำต่อสุนัขภายหลังจากเหตุการณ์ได้ยุติลงแล้ว ก็ควรได้รับการตรวจสอบอย่างตรงไปตรงมา โดยไม่ควรถูกนำไปหักล้างหรือทำให้หมดความสำคัญเพียงเพราะสุนัขถูกกล่าวอ้างว่าเป็นฝ่ายก่อเหตุก่อน

อยากให้ทุกคนช่วยเผยแพร่เรื่องราวนี้ เพื่อให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้ามาตรวจสอบข้อเท็จจริง และเพื่อให้กระบวนการดำเนินไปอย่างเป็นธรรม โปร่งใส และอยู่ภายใต้กฎหมาย

ติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม

ณิฎา: 081-172-3624”

ขณะที่ชาวเน็ตต่างคอมเมนต์ให้กำลังใจเจ้าของสุนัข พร้อมแนะนำให้ดำเนินคดีอย่างถึงที่สุดด้วย

ภาพจากเฟซบุ๊ก Racha Samermit

 

 

admin Avatar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Latest posts
Author Profile
WeReportNews Avatar
Resize text-+=
Skip to content