คีเลียน เอ็มบัปเป เปิดตัวบนเวทีฟุตบอลโลกได้อย่างยิ่งใหญ่ไม่แพ้นักเตะคนไหนในหน้าประวัติศาสตร์การแข่งขันฟุตบอลระดับนานาชาติ

ตัวรุกจอมถล่มประตูเบิกร่องประตูแรกในฟุตบอลโลกได้ตั้งแต่แมตช์ที่สองของการลงเล่นครั้งแรกเมื่อปี 2018 และด้วยวัยเพียง 19 ปี กับอีก 183 วัน เอ็มบัปเป กลายเป็นนักเตะชาวฝรั่งเศสที่อายุน้อยที่สุดในประวัติศาสตร์ ที่ทำประตูได้ในฟุตบอลโลก หลังซัดประตูโทนช่วยให้ ฝรั่งเศส เอาชนะ เปรู ไปได้ 1-0

ในทัวร์นาเมนต์ดังกล่าว เอ็มบัปเป ยิงรวมทั้งหมด 4 ประตู รวมถึงการทำประตูในนาทีที่ 65 ในนัดชิงชนะเลิศที่ ฝรั่งเศส เอาชนะ โครเอเชีย 4-2 พร้อมพาบ้านเกิดคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก สมัยที่ 2 (ต่อจากปี 1998)
นอกจากนี้ เจ้าตัวยังจารึกชื่อร่วมกับ เปเล ตำนานของบราซิล ในฐานะดาวรุ่นเพียงสองคนที่สามารถทำประตูได้ในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก
อีก 4 ปีต่อมา เอ็มบัปเป ยังสานต่อความยอดเยี่ยมบนเวทีฟุตบอลโลก หลังกระหน่ำไปถึง 8 ประตู จากการลงสนาม 7 นัด ซึ่ง 3 ประตูในนั้นเกิดขึ้นในนัดชิงชนะเลิศที่ ฝรั่งเศส ปราชัยต่อ ลิโอเนล เมสซี และทีมชาติอาร์เจนตินา

แม้ว่า เอ็มบัปเป จะบันทึกสถิติเป็นผู้ทำแฮตทริกในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก ได้เป็นคนแรกนับตั้งแต่ เจฟฟ์ เฮิร์สต์ (อังกฤษ) เคยทำไว้เมื่อปี 1966 อย่างไรก็ตาม แข้งรายนี้ก็พลาดการเดินรอยตาม เปเล ในการคว้าแชมป์ฟุตบอลโลก สองสมัยแรกที่ลงแข่งไปอย่างน่าเสียดาย

ทั้งนี้ เอ็มบัปเป ตั้งเป้าพา ฝรั่งเศส คว้าแชมป์ฟุตบอลโลก 2026 เพื่อลบความผิดหวังจากครั้งก่อน ซึ่งปัจจุบันซัดไปแล้ว 6 ประตู ขณะเดียวกัน เชื่อว่าเจ้าตัวต้องการที่จะทำลายสถิติยิงประตูสูงสุดตลอดกาลด้วยเช่นกัน
ฟุตบอลโลก 2018 ที่ประเทศรัสเซีย
ลงสนาม 7 นัด ทำ 4 ประตู คว้ารางวัลดาวรุ่งยอดเยี่ยม และพาทีมชาติฝรั่งเศสคว้าแชมป์โลก สมัยที่ 2
ฟุตบอลโลก 2022 ที่ประเทศกาตาร์
ลงสนาม 7 นัด ทำ 8 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ คว้ารางวัลรองเท้าทองคำ ทว่า ทีมชาติฝรั่งเศส เข้าป้ายรองแชมป์
ฟุตบอลโลก 2026 ที่ประเทศสหรัฐอเมริกา, เม็กซิโก และ แคนาดา
ลงสนาม 4 นัด ทำ 6 ประตู กับอีก 2 แอสซิสต์ นำดาวซัลโวร่วมกับ ลิโอเนล เมสซี







ใส่ความเห็น