การย้ายทีมเขย่า พรีเมียร์ลีก ช่วงซัมเมอร์นี้ คงหนีไม่พ้นการที่ อาร์เซนอล เพิ่งปิดดีลคว้าตัว บรูโน กีมาไรส์ อดีตมิดฟิลด์กัปตันทีม นิวคาสเซิล ยูไนเต็ด ด้วยค่าตัวสูงถึง 75 ล้านปอนด์ พร้อมสัญญา 4 ปี (+ออปชันขยายเพิ่ม 1 ปี) ซึ่งถือเป็นข่าวที่สร้างความฮืออย่างอย่างมาก
การตัดสินใจเดินออกจาก เซนต์ เจมส์ พาร์ก ของ กองกลางทีมชาติบราซิล ไม่ใช่เรื่องง่าย เนื่องจากเขาคือ หัวใจสำคัญที่พา นิวคาสเซิล รอดพ้นการตกชั้นในปี 2022 พร้อมพาทีมเข้าคว้าตั๋ว ยูฟ่า แชมเปียนส์ลีก ถึง 2 ครั้ง และที่สำคัญที่สุดคือ การเป็นกัปตันทีมคนแรกในรอบ 70 ปีที่ชูถ้วยแชมป์เมเจอร์ (คาราบาว คัพ 2025) ให้กับทีม
เบื้องหลังการย้ายทีม
อย่างไรก็ตาม เมื่อมองลึกลงไปปัจจัยสำคัญที่ทำให้ กีมาไรส์ ตัดสินใจย้ายทีม นั้น มีอยู่สองประเด็น อย่างแรกคือ ความทะเยอทะยาน ซึ่งในวัย 28 ปี เขาอยู่ในวัยที่พร้อมที่สุดสำหรับอาชีพค้าแข้ง และการที่ นิวคาสเซิล หล่นไปอยู่อันดับ 12 ในฤดูกาลที่ผ่านมา ทำให้โอกาสลุ้นแชมป์ และตั๋ว แชมเปียนส์ลีก ลดน้อยลงไป
ประเด็นต่อมาคือ ความท้าทาย และต้องการประสบการณ์ใหม่ ซึ่งการย้ายมาร่วมทีมดีกรีแชมป์ พรีเมียร์ลีก อย่าง อาร์เซนอล คือ โอกาสที่ดีที่สุดในการเติมเต็มความฝันเรื่องถ้วยรางวัลใหญ่ และสร้างชื่อของตัวเองในเวทีระดับโลก
การปิดดีลครั้งนี้ต้องชื่นชมทีมงานเจรจาของ อาร์เซนอล ที่ทำทุกอย่างได้รวดเร็ว โดยทันทีที่บรรลุข้อตกลง บรูโน ไม่ลังเลที่จะออกจากแคมป์เก็บตัวของ นิวคาสเซิล ที่ ลา มังกา ประเทศสเปน บินตรงสู่ลอนดอนเพื่อตรวจร่างกาย และเซ็นสัญญาที่ เอมิเรตส์ สเตเดียม ทันที
อาร์เซนอล ได้อะไรจาก กีมาไรส์ ?
มิเกล อาร์เตต้า กุนซือ “ปืนใหญ่” จะได้ คู่กลางระดับเวิลด์คลาส คือ ดีแคลน์ ไรซ์ ห้องเครื่องทีมชาติอังกฤษ ที่จะยืนประสานงานกับ กีมาไรส์ ซึ่งจะทำให้ทีมจะยกระดับแผงมิดฟิลด์ให้มีความสมดุลมากขึ้นทั้งการตัดเกม การแกะเพรสซิ่ง และการคุมจังหวะบอล
นอกจากนี้ การได้อดีตกัปตันทีมที่มี DNA ของนักสู้อยู่ในตัวอย่าง กีมาไรส์ ก็จะช่วยให้ อาร์เซนอล เพิ่มกำลังใจ และแรงกระตุ้นให้ในห้องแต่งตัวสำหรับการป้องกันแชมป์ในฤดูกาลหน้า
การย้ายทีมครั้งนี้คือการก้าวเข้าสู่ยุคใหม่ของทั้งสองฝ่าย นิวคาสเซิล ต้องเสียศูนย์กลางของทีม และต้องนำเงิน 75 ล้านปอนด์ไปสร้างทีมใหม่ ในขณะที่ อาร์เซนอล ได้แสดงให้เห็นถึงอำนาจทางการเงิน และดึงดูดนักเตะระดับท็อป เพื่อตอกย้ำความเป็นสถานีปลายทางของยอดนักเตะที่ต้องการกวาดทุกแชมป์ในยุคนี้
ภาพจากเฟซบุ๊ก : Arsenal








ใส่ความเห็น