ร้อยเอกหญิงภัทร์ดารัสมิ์ ทองสลวยกร รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลสนับสนุนการขับเคลื่อนนโยบาย “เรียนดี มีความสุข” ของกระทรวงศึกษาธิการอย่างต่อเนื่อง โดยเน้นการทำงานเชิงรุกสร้าง “ห้องเรียนใจดี” เพื่อให้โรงเรียนและสถานศึกษาทุกแห่งเป็นที่ปลอดภัยทั้งกายและใจสำหรับนักเรียน ครู และบุคลากรทางการศึกษา
แนวทางดังกล่าวสอดรับกับการยกระดับครูแนะแนวและครูที่ปรึกษาที่ต้องเป็นด่านหน้าในการดูแลสุขภาพจิตนักเรียน โดยต้องฟังเป็น สังเกตได้ และช่วยเบื้องต้นเป็น พร้อมเชื่อมต่อเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพจิตเมื่อพบกรณีที่ต้องได้รับการดูแล นอกจากนี้ยังจะช่วยสร้างโรงเรียนที่เอื้อต่อการเรียนรู้และสามารถดูแลผู้เรียนและผู้สอนให้พร้อมทางกายและใจอย่างยั่งยืนด้วย
โดยรัฐบาลได้กำหนดแนวทางสำคัญในการสร้าง “ห้องเรียนใจดี” 4 ข้อ ประกอบด้วย การดูแลสุขภาพจิตนักเรียน, การสร้างเครือข่ายความร่วมมือทั้งระบบ, การสร้างสภาพแวดล้อมที่ปลอดภัยทางใจ และการส่งเสริมให้ครูสังเกต รับฟัง ให้คำปรึกษา และประสานส่งต่ออย่างเหมาะสม โดยกรมสุขภาพจิตและสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้ผลักดันการฝึกปฐมพยาบาลทางใจ การให้คำปรึกษาเบื้องต้น และการเฝ้าระวังปัญหาพฤติกรรม อารมณ์ และสังคมของนักเรียน ควบคู่กับการป้องกันและจัดการปัญหาการกลั่นแกล้งรังแก หรือ Bullying ทั้งในชีวิตจริงและโลกออนไลน์
นอกจากนี้ยังมีกลไกสนับสนุนการดูแลนักเรียนด้วยการใช้ระบบ HERO OBEC Care และ Mental Health Check-in เพื่อคัดกรอง เฝ้าระวัง ช่วยเหลือ และติดตามผลอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งยังมีการเปิดช่องทางให้ครู นักเรียน และผู้ปกครองเข้าถึงบริการสุขภาพจิตได้ตลอด 24 ชั่วโมง ผ่านสายด่วน 1323










ใส่ความเห็น