จากกรณีที่มีผู้เข้าแข่งขัน Hyrox เกิดอาการหมดสติและหัวใจวายขณะเข้าแข่งขันจนต้องเร่งปฐมพยาบาลและปั้มหัวใจช่วยชีวิตนั้น
ล่าสุดนายแพทย์อกนิษฐ์ ศรีสุขวัฒนา หรือ “หมอแอร์” อายุรแพทย์โรคหัวใจและหลอดเลือด ได้โพสต์ข้อความผ่านทางเพจเฟซบุ๊กส่วนตัว Akanis Srisukwattana เพื่อให้ความรู้ด้านการระมัดระวังและประเมินร่างกายตัวเองสำหรับผู้ที่เข้าแข่งขัน Hyrox และโดยเฉพาะการเตือนว่าหากมีอาการเหล่านี้ระหว่างเข้าแข่งขันต้องหยุดกิจกรรมทันที โดยโพสต์ดังกล่าวของหมอแอร์ ระบุใจความว่า
“ถึงคนแข่ง HYROX ทุกคน มีข่าวนักกีฬาหัวใจวาย
การเกิดหัวใจวายขณะแข่งกีฬา สถิติอยู่ที่ 1 ต่อแสน สำหรับประชากรทั้งหมด แต่สำหรับคนที่อายุ 50 ปีขึ้นไป หรือมีโรคประจำตัว สถิติอาจจะอยู่ที่ 1 ต่อ 5,000 ได้เลย
ในปัจจุบันยังไม่มีข้อมูลเพียงพอที่บอกว่า Hyrox มีโอกาสเสียชีวิตมากกว่ากีฬาวิ่ง หรือ Endurance อื่น ๆ
แต่ HYROX เป็นกีฬาที่ผสมทั้งการวิ่ง และ power endurance จึงทำให้อัตราการเต้นหัวใจและความดันขึ้นสูงมากเป็นช่วง หนักกว่า วิ่งธรรมดา เวทธรรมดา โดยเฉพาะในฐานที่ใช้แรงต้านมาก เช่น Sled Push, Sled Pull และ Burpee Broad Jumps
คำแนะนำสำคัญคือ แข่งให้สอดคล้องกับสิ่งที่ซ้อมมา อย่าฝืนทำเวลาหรือกดความหนักเกินกว่าขีดความสามารถของร่างกายในวันนั้น โดยเฉพาะคนที่มีปัจจัยเสี่ยง เช่น ไขมันในเลือดสูง ความดันสูง เบาหวาน สูบบุหรี่ มีประวัติโรคหัวใจ/หลอดเลือด เพราะพวกนี้ทำให้คราบไขมันหลุดและเกิดหัวใจวายฉับพลันได้
ระหว่างแข่งขัน ไม่ควรต้องกดเต็มทุกฐาน ให้มีจังหวะผ่อนและคุมลมหายใจ โดยเฉพาะฐานหนัก ๆ เพื่อให้หัวใจลดภาระลงก่อนกลับไปวิ่งต่อ
สำหรับคนที่มีความเสี่ยง ควรคุมความเหนื่อยส่วนใหญ่ให้อยู่ราว RPE 7/10: เหนื่อยแต่ยังควบคุมได้ และยังพูดเป็นประโยคสั้น ๆ ได้ ช่วงที่หนักระดับ 8–9/10 เหนื่อยจนแทบจะพูดไม่ได้ อาจเกิดขึ้นได้ในการแข่งขัน แต่ไม่ควรแช่นาน
หากมีอาการเหล่านี้ ให้หยุดทันทีและแจ้งทีมแพทย์ในงาน: แน่นหรือเจ็บหน้าอก, หอบผิดปกติเมื่อเทียบกับความหนัก, เวียนศีรษะ หน้ามืด เป็นลม, ใจสั่นผิดปกติ, เหงื่อแตกเย็นจะเป็นลม
ขอให้ทุกคน สนุกกับการแข่งขันครับ กลุ่มเสี่ยงแข่งให้สนุก ซ้อมยังไงแข่งแบบนั้น ไม่กังวลจนเกินไป แต่ไม่ฝืนเกินตัว ครับ
ตรวจคัดกรองก่อนแข่งสำคัญมากที่สุด เพื่อประเมินความเสี่ยงของตัวเอง และวางแผนการเล่นกีฬารวมถึงการแข่งขันให้เหมาะสมกับร่างกายครับ
หมอแอร์
หมอหัวใจและการกีฬา”
ภาพจากเฟซบุ๊ก Akanis Srisukwattana












ใส่ความเห็น