วันที่ 11 สิงหาคม 2569 สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) โดยส่วนประชาสัมพันธ์ ได้ชี้แจงถึงขั้นตอนการขอรับคืนเงินตามกฎกระทรวงการคืนเงินจากอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2569 ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันพรุ่งนี้ วันที่ 12 สิงหาคม 2569 ว่า มีขอบเขตการดำเนินการต่อทรัพย์สิน ได้แก่ บัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ และกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่ถูกยึด อายัด หรือระงับไว้ตาม พ.ร.ก.มาตรการป้องกันและปราบปรามอาชญากรรมทางเทคโนโลยี พ.ศ. 2566 และที่แก้ไขเพิ่มเติม โดยสำนักงาน ปปง. จะดำเนินการประกาศข้อมูลบัญชีเงินฝาก บัญชีเงินอิเล็กทรอนิกส์ หรือกระเป๋าสินทรัพย์ดิจิทัลที่เกี่ยวข้องกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยีในราชกิจจานุเบกษา เพื่อแจ้งให้ผู้เสียหายเข้ามายื่นคำร้องขอรับคืนเงินพร้อมหลักฐานความเสียหายต่อสำนักงาน ปปง. ภายใน 90 วัน นับแต่วันที่ได้ประกาศราชกิจจานุเบกษา ตามช่องทางที่สำนักงาน ปปง. กำหนด
อย่างไรก็ดี ในกรณีที่สำนักงาน ปปง.ทราบตัวผู้เสียหายที่ชัดเจน สำนักงานจะดำเนินการแจ้งให้ผู้เสียหายนั้นทราบโดยตรงอีกทางหนึ่ง และเมื่อสำนักงานได้ตรวจสอบคำร้องแล้ว จะดำเนินการเสนอเรื่องต่อคณะกรรมการธุรกรรมตามกฎหมายว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน ให้มีคำสั่งคืนเงินแก่ผู้เสียหาย หากผู้เสียหายหรือผู้ที่เกี่ยวข้องไม่เห็นด้วยกับคำสั่งของคณะกรรมการธุรกรรม อาจให้ยื่นคำร้องคัดค้านต่อศาลแพ่งภายใน 30 วัน และหากยังไม่พอใจผลคำวินิจฉัยของศาลแพ่ง สามารถอุทธรณ์ต่อศาลอุทธรณ์ได้ โดยคำพิพากษาศาลอุทธรณ์ถือเป็นที่สุด
สำนักงาน ปปง. ได้เน้นย้ำและเตือนภัยผู้เสียหาย 3 ประการ ประกอบด้วย 1.หากท่านตกเป็นผู้เสียหาย ให้รวบรวมหลักฐานและเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนหรือแจ้งความออนไลน์ทันที 2.การดำเนินการขอคืนเงินกับสำนักงาน ปปง. ไม่มีการเรียกเก็บค่าธรรมเนียม หรือค่าดำเนินการใด ๆ ทั้งสิ้น ห้ามโอนเงินโดยเด็ดขาด 3.เมื่อมีการประกาศราชกิจานุเบกษาแล้ว ผู้เสียหายจะต้องยื่นคำร้องผ่านช่องทางที่สำนักงาน ปปง. กำหนดเท่านั้น และสำนักงาน ปปง. ไม่มีนโยบายให้ยื่นคำร้องหรือลงทะเบียนผ่านสื่อ Social Media เช่น Facebook, Line, TikTok แต่อย่างใด อนึ่ง ผู้เสียหายสามารถติดตามข่าวสาร รายชื่อบัญชีผู้กระทำความผิดและความคืบหน้าการขอคืนเงินได้ทางเว็บไซต์ทางการของสำนักงาน ปปง. ผ่าน www.amlo.go.th เท่านั้น










ใส่ความเห็น