พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการกองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงกรณีที่คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) แถลงผลการพิจารณาคดีฮั้ว สว.ว่า คดีนี้ถือเป็นหนึ่งในประเด็นที่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้กำหนดให้ดีเอสไอที่รับผิดชอบสำนวนสอบสวนคดีพิเศษที่ 24/2568 กรณีอั้งยี่-ฟอกเงิน สว. จะต้องนำรายงานความเห็นของ กกต.เข้าสู่สำนวนการสอบสวนของดีเอสไอด้วยเช่นเดียวกัน
ดังนั้นไม่ว่า กกต.จะมีความเห็นอย่างไร ดีเอสไอก็จะต้องจัดทำหนังสือขอข้อมูลผลการพิจารณาคดีนี้มายัง กกต.เพื่อนำผลที่ได้จาก กกต.มาประกอบการพิจารณาในสำนวนคดีของดีเอสไอโดยเร็วที่สุด โดยดีเอสไอจะรอดูข้อเท็จจริงและรายงานดังกล่าวอย่างละเอียดก่อนทำเรื่องส่งฟ้องบุคคลที่เกี่ยวข้องไปยังศาลฎีกาแผนกคดีเลือกตั้งต่อไป ซึ่งก็ยังต้องรอดูว่าสุดท้ายแล้วจะสั่งฟ้องได้กี่รายและด้วยเหตุผลใดบ้าง
อย่างไรก็ดี มีข้อมูลเพิ่มเติมจากคณะพนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ไม่ว่า กกต.จะชี้มูลบุคคลที่กระทำความผิดในคดีฮั้ว สว.กี่รายหรือจะยกฟ้องทั้งหมดก็ตาม ผลการวินิจฉัยดังกล่าวก็ไม่ได้ถือว่ามีผลผูกพัน 100% ต่อสำนวนคดีอั้งยี่และฟอกเงิน สว.ของดีเอสไอ หลังก่อนหน้านี้ดีเอสไอได้สั่งฟ้องผู้ต้องหาในคดีนี้ไปแล้ว 8 ราย เพียงแต่พนักงานอัยการคดีพิเศษได้มีคำสั่งให้ดีเอสไอต้องรวมสำนวนกับทาง กกต.มาทีเดียว จึงทำให้สำนวนถูกตีกลับมาและต้องรอคำวินิจฉัยจาก กกต.ก่อน










ใส่ความเห็น