วันนี้นายสนธิ ลิ้มทองกุล นำมวลชนบุกมายังสถานเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำประเทศไทย ที่ตั้งอยู่บริเวณอาคารโอเชี่ยนทาวเวอร์ 2 เพื่อยื่นจดหมายเรียกร้อง 4 ข้อถึงสถานทูต โดยนายสนธิ ระบุว่า ชาวอิสราเอลบางส่วนได้สร้างความเดือดร้อนวุ่นวาย ไม่เคารพประเพณีและคนไทย ทั้งยังมีการกวาดซื้อที่ดินในบางจังหวัด สะท้อนให้เห็นว่าชาวอิสราเอลพยายามเข้ามาปักหลักสร้างอาณาเขตบนแผ่นดินไทย ตนจึงยื่นข้อเสนอ 4 ข้อ ไปยังสถานทูตและรัฐบาลอิสราเอล ประกอบด้วย ข้อแรก ให้ควบคุมพลเมืองตนเองที่เข้ามาในประเทศไทยว่าต้องเคารพกฎหมายและวัฒนธรรมไทย, ข้อที่สอง ไม่ปกป้องคนทำผิด ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจในการดำเนินคดีกับคนอิสราเอลที่ทำผิด, ข้อที่สาม ตรวจสอบการครอบครองที่ดินในจังหวัดฉะเชิงเทรา รวมถึงการดำเนินงานขององค์กรที่เกี่ยวข้องทั้งหมดภายใต้กฎหมายไทย และข้อสุดท้าย รัฐบาลอิสราเอลต้องยุติการกระทำอันโหดเหี้ยมและปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศโดยทันที
ส่วนหลังจากนี้ตนพร้อมด้วยหมอวรงค์ เดชกิจวิกรม และนายปานเทพ พัวพงษ์พันธ์ จะทยอยเดินสายลงพื้นที่ต่างจังหวัด โดยในวันที่ 16 กันยายน จะไปหาดใหญ่ จากนั้นจะไปที่จังหวัดภูเก็ต ชลบุรี จันทบุรี และขอนแก่นตามลำดับ
นายสนธิ ยังกล่าวถึงประเด็นทางการเมืองด้วยว่า ให้ติดตาม 2 เหตุการณ์สำคัญ เหตุการณ์แรก คือ การลงมติในคดีฮั้ว สว.ของคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ในวันที่ 14 กันยายนนี้ โดยหากมติออกมาสวนทางกับกระแสสังคม คือ การสั่งไม่ฟ้องผู้ที่ว่ากันว่ามีส่วนเกี่ยวข้องนั้น ตนจะจัดชุมนุมใหญ่ทันทีในวันที่ 18 หรือ 19 กันยายนนี้ และยืนยันว่าจุดประสงค์ไม่ใช่การขับไล่รัฐบาล เพราะเชื่อว่ารัฐบาลนี้ “มันต้องล้มด้วยตัวมันเอง” เนื่องจากทำชั่วไว้เยอะ ส่วน กกต. ทั้ง 5 คน หากไม่ส่งฟ้องก็ควรติดคุก 100% ส่วนอีกประเด็น คือ ทุนสีเทาและนอมินี โดยตนเสนอให้มีการบัญญัติบทลงโทษที่รุนแรงขึ้น ก่อนทิ้งท้ายว่าหากเหตุการณ์ในวันที่ 14 กันยายน 2569 ไม่เป็นที่น่าพอใจ การชุมนุมใหญ่ที่สุดครั้งประวัติศาสตร์จะเกิดขึ้นอย่างแน่นอน
ภาพจากเฟซบุ๊ก คุยทุกเรื่องกับสนธิ















ใส่ความเห็น