, ,

“บุ๋ม” ขอโทษคนที่เชื่อมั่น เผยเตรียมใจรับทุกอย่าง ห่วงลูกมากที่สุด

“บุ๋ม” ขอโทษคนที่เชื่อมั่น เผยเตรียมใจรับทุกอย่าง ห่วงลูกมากที่สุด

เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 5 พฤศจิกายน 2569 “บุ๋ม ปนัดดา” พร้อมด้วย “ทนายเพชร” เอกสิทธิ์ ศรีสังข์ ออกมาให้สัมภาษณ์กับสื่อมวลชนบริเวณหน้าหมู่บ้านแห่งหนึ่งย่านนวมินทร์ ระหว่างรอความชัดเจนเรื่องหมายจับ

ทนายเพชร ทนายเพชรกล่าวว่า ตนเป็นคนแนะนำให้บุ๋มออกมาพบสื่อ เพราะเห็นว่านักข่าวมารอเป็นเวลานานแล้ว จึงเกรงใจและออกมารอด้วยเช่นกัน พร้อมสอบถามสื่อว่าหมายจับออกแล้วหรือยัง ยืนยันว่าเตรียมจะเข้าสู่กระบวนการ

เมื่อถูกถามถึงกระแสข่าวว่าหมายจับออกแล้ว ทราบข่าวหรือยัง ทนายบอกว่ามีรายงานเข้ามาตั้งแต่เวลา 11.00 น. ทำให้ตนแทบไม่ได้กินไม่ได้นอน เพราะมีข่าวว่าจะออกหมายจับทั้งช่วง 11.00 น. และ 12.00 น. หากหมายจับออกจริงก็ยินดีเข้าสู่กระบวนการ

ส่วนสภาพจิตใจของบุ๋มในวันนี้ เจ้าตัวเปิดเผยว่า มันหลากหลายอารมณ์แต่ก็พยายามเตรียมความพร้อมในเรื่องของใจของเรา โดยฝากลูกไว้กับคุณยาย มีความกังวลใจเพราะลูกอายุแค่ 4 ขวบกับ 2 ขวบ แล้วก็เราเป็นเสาหลักของบ้าน แล้วก็รวมถึงน้องอันดาที่เราก็เป็นห่วงเขา เรามีแค่คุณแม่อายุ 76 น้องอันดาแล้วก็ลูกเล็กอีกสองคนว่าจะดูแลกันยังไง ตรงนี้เป็นสิ่งที่เรากังวลมากที่สุด ส่วนตัวเราก็พร้อมที่จะพิสูจน์ตามกระบวนการยุติธรรม

เมื่อถามถึงความกังวลเรื่องการไม่ได้รับการประกันตัว ทนายเพชรกล่าวว่า ด้วยกระแสข่าวหรือด้วยตัวอย่างคดีที่ผ่านมาในลักษณะแบบนี้ เราก็เข้าใจ แต่เราเชื่อว่าด้วยการแสดงเจตนาที่บริสุทธิ์ของเรา แล้วก็ด้วยหลักกฎหมายการยึดมั่นในหลักกฎหมาย การแสดงตัวอะไรต่าง ๆ ที่เราพยายามทำเราเองก็หวังเป็นอย่างยิ่ง อย่างที่ผมพยายามบอกว่า เราขอใช้สิทธิ์ตามรัฐธรรมนูญ ตามกฎหมายของเรา แต่ถ้าเกิดว่าทางศาลจะไม่อนุญาตก็แล้ว แต่เราก็ยินดีพร้อมยอมรับทุกอย่าง

เมื่อถามว่าอยากสื่อสารกับสังคมหรือไม่ หลายคนอาจจะรู้สึกกับภาพที่ออกมา ความเชื่อมั่นศรัทธาอาจจะลดลง บุ๋ม กล่าวว่า “คงไม่มีคำอื่นนอกจากคำว่าขอโทษค่ะ ขอโทษที่ทำให้ผิดหวัง ขอโทษที่ทำให้รู้สึกอะไรแย่ ๆ หลายอย่าง ขอโทษคณะกรรมการมูลนิธิด้วย ขอโทษคนที่รักแล้วก็เชื่อมั่น ไม่มีอะไรคำอื่นนอกจากคำขอโทษจริง ๆ ค่ะ เพียงแต่ว่าอะไรที่ผิดบุ๋มก็ว่าไปตามผิดเท่านั้นเอง”

ส่วนกรณีที่ก่อนหน้านี้บุ๋มระบุว่าขอรับผิดเพียงคนเดียว ทนายเพชร อธิบายว่าเนื่องจากตอนนั้นกรรมการต่าง ๆ ท่านก็คงจะลำบากใจ เราไม่เคยปฏิเสธการรับผิดตั้งแต่แรกอยู่แล้ว แต่การผิดมันมีผิดหลายแบบ ผิดระเบียบผิดข้อบังคับผิดอยู่แล้ว ผิดที่จะต้องชดใช้มูลนิธิผิดอยู่แล้ว แต่ผิดอาญายักยอกหรือฉ้อโกงผมก็ยังต้องดูข้อเท็จจริงอยู่ แต่ไม่ได้ปฏิเสธความรับผิด นี่คือการที่เราบอกว่ายอมรับผิดคือยอมแบบนี้

เมื่อถามถึงกรณีคนใกล้ชิดเดินทางไปแจ้งความ บุ๋ม ตอบสั้น ๆ ว่า “เป็นสิทธิ์ของเขาค่ะ” ทนายเสริมว่า “ยินดียอมรับการตรวจสอบทุกประการ”

ส่วนเรื่องเส้นเงินต่าง ๆ ทนายเพชร กล่าวว่า ในเรื่องของเส้นเงินมันเป็นหลักฐานทางนิติวิทยาศาสตร์ของตำรวจ เราได้ทนายความเก่งแค่ไหนก็ไม่สามารถแก้ได้ เพราะฉะนั้นในเรื่องเส้นเงินต่าง ๆ บอกกับบุ๋มเลยว่าเราต้องยอมรับความจริงทุกอย่าง และพูดความจริงกับพนักงานสอบสวนกับตำรวจ

เมื่อถามว่ารู้สึกหรือไม่ว่าตั้งแต่ก้าวแรกที่สร้างมูลนิธิมาจนถึงตอนนี้ เหมือนเป็นก้าวที่เราพลาดตั้งแต่แรก ทนายเพชร ระบุว่า คำถามนี้ขออนุญาตให้บุ๋มไม่ตอบ เพราะเป็นเรื่องของอารมณ์และความรู้สึก แต่ว่าจากความรู้สึกส่วนตัวของตน คิดว่าจากวันแรกคงจะเจตนาดี แต่หลังจากนั้นอาจจะเป็นในแบบไหนก็ไม่กล้ายืนยันได้

เมื่อถามว่าจากเรื่องที่เกิดขึ้นเกิดจากความตั้งใจ หรือเกิดจากความผิดพลาดทนายเพชร บอกว่า “คำถามนี้ถ้าอธิบาย ระหว่างเจตนากับประมาทหรือความผิดพลาด โอ้โหเรื่องยาวเลยครับ”

ประเด็นที่ก่อนหน้านี้บุ๋มเคยยืนยันว่าไม่รู้และไม่ผิด แต่ล่าสุดกลับบอกว่าขอรับผิดเพียงคนเดียว ทนายเพชรชี้แจงว่า คำว่าผิดกับไม่ผิดในความเข้าใจของแต่ละคนไม่เหมือนกันนะครับ บางคนที่เขาคิดว่าเขาไม่ผิดคือฉันไม่ได้โกง แต่ว่าถ้ามันผิดระเบียบผิดข้อบังคับเราเป็นทนาย เราอธิบายให้เค้าฟังว่าไอ้สิ่งที่เขาคิดว่าไม่ผิดเนี่ย ความจริงเขาก็มีส่วนผิด นี่คือสิ่งที่ตนต้องการที่จะสื่อสาร

ทนายเพชรยังกล่าวถึงกรณีทนายเปิ้ลออกมาให้สัมภาษณ์ในรายการโหนกระแส ยืนยันว่าไม่ได้ตำหนิ พร้อมเผยว่ารู้สึกสงสารและเชื่อว่าทนายเปิ้ลไม่ได้ทำผิด โดยก่อนหน้านี้ได้เตือนแล้วว่าไม่ควรออกมาพูดมาก เพราะขณะนี้เป็นกระแสสังคมที่ต่อให้ชี้แจงด้วยเหตุผลหรือหลักฐานมากเพียงใด ก็อาจไม่มีใครรับฟัง

ทนายเพชรยังยกตัวอย่างประสบการณ์ของตัวเองที่เคยไปออกรายการโหนกระแสเมื่อประมาณ 3 ปีก่อน ในคดีเหตุยิงกันบริเวณโรงพักหลักสอง ซึ่งเพื่อนทนายความถูกยิง ขณะนั้นตนดำรงตำแหน่งประธานชมรมทนายความจังหวัดชลบุรี และออกมาให้ข่าวว่าเหตุยิงกันดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่สมควร แต่กลับถูกกระแสสื่อและสังคมโจมตีอย่างหนัก ถึงขั้นมีคนแสดงความคิดเห็นว่าผู้ถูกยิงสมควรโดนแล้ว หรือแม้แต่ตนเองก็ควรถูกยิงด้วย

อย่างไรก็ตาม ทนายเพชรระบุว่า การเอาชนะกระแสสื่อหรือกระแสข่าวเป็นคนละเรื่องกับการได้รับความยุติธรรมในชั้นศาล โดยคดีดังกล่าวผู้ก่อเหตุถูกศาลชั้นต้นและศาลอุทธรณ์พิพากษาจำคุกตลอดชีวิต และปัจจุบันอยู่ระหว่างรอคำพิพากษาศาลฎีกา พร้อมย้ำว่าเข้าใจการทำงานของสื่อและยอมรับการตรวจสอบ เพราะเป็นเรื่องของประโยชน์สาธารณะ แต่บางครั้งการออกมาตอบโต้กระแสข่าวอาจไม่เกิดประโยชน์ จึงพยายามห้ามบุ๋มไว้

เมื่อถูกถามว่ายืนยันหรือไม่ว่าจะอยู่รอตำรวจเพื่อเข้ามอบตัว ทนายเพชรตอบว่า ตอนนี้เรายังไม่รู้เลยว่าหมายออกหรือยังไม่ออก และหากบุ๋มขับรถออกไปแล้วเกิดถูกจับระหว่างทาง ก็อาจถูกมองว่าเตรียมหลบหนี จึงตัดสินใจรออยู่ที่เดิมเพื่อให้เกิดความชัดเจน

บุ๋ม กล่าวทิ้งท้ายว่า “ในมุมของกำลังใจที่มีให้มา ความเข้าใจแล้วก็หลายหลายคนที่ไม่ซ้ำเติมเป็นสิ่งที่อยากขอบคุณมาก ๆ ค่ะ แล้วก็ลูกสาวก็คอยให้กำลังใจตลอด เขาเข้มแข็งมากค่ะ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Resize text-+=
Skip to content