,

อินฟลูฯ สาว ขอโทษปม “เจ้าบุญทิ้ง” ยอมรับผิดไม่ได้หาข้อมูลก่อนทำคลิป

อินฟลูฯ สาว ขอโทษปม “เจ้าบุญทิ้ง” ยอมรับผิดไม่ได้หาข้อมูลก่อนทำคลิป

กลายเป็นประเด็นดราม่าบนโลกออนไลน์ สำหรับกรณีการเสียชีวิตของ “เจ้าบุญทิ้ง” นากแสนรู้ หลังถูกเจ้าหน้าที่เคลื่อนย้ายจากสวนสัตว์เทศบาลนครนครปฐม หรือสวนสัตว์สนามจันทร์ ไปดูแลที่ศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) จังหวัดราชบุรีก่อนจะเสียชีวิตหลังย้ายไปได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน

ก่อนหน้านี้ อินฟลูเอนเซอร์สาวรายหนึ่งได้โพสต์คลิปเรียกร้องให้มีการปรับปรุงสภาพความเป็นอยู่ของเจ้าบุญทิ้ง โดยระบุว่า ภายในกรงมีกลิ่นเหม็น น้ำเน่าเสีย และมีเศษผักผลไม้เน่าอยู่ในน้ำที่น้องอาศัยอยู่ ซึ่งคลิปดังกล่าวถูกแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก จนเกิดกระแสเรียกร้องให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าตรวจสอบ

เจ้าบุญทิ้งเป็นนากที่เจ้าของเก่านำมาทิ้งไว้ที่สวนสัตว์ เนื่องจากไม่สามารถแบกรับค่าใช้จ่ายในการเลี้ยงดูได้ ทางสวนสัตว์จึงรับดูแลต่อมานานถึง 6 ปี โดยเป็นที่รักของเจ้าหน้าที่และประชาชนที่เข้ามาเยี่ยมชม

หลังจากหน่วยงานภาครัฐเข้าตรวจสอบ พบว่าสวนสัตว์มีปัญหาเรื่องใบอนุญาตครอบครองสัตว์ป่าคุ้มครอง จึงเข้ายึดและเคลื่อนย้ายเจ้าบุญทิ้งไปยังศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 จังหวัดราชบุรี เพื่อฟื้นฟูและเตรียมความพร้อมก่อนปล่อยคืนสู่ธรรมชาติ

แต่หลังย้ายไปอยู่ที่ศูนย์ได้ไม่ถึงหนึ่งเดือน เจ้าบุญทิ้งมีอาการซึม ไม่ร่าเริง และไม่ยอมกินอาหาร ก่อนจะเสียชีวิต เมื่อวันที่ 19 ต.ค.ที่ผ่านมา

ทางศูนย์ช่วยเหลือสัตว์ป่าที่ 3 (ประทับช้าง) จังหวัดราชบุรี ชี้แจงว่า ตอนรับตัวเจ้าบุญทิ้งมาได้รับแจ้งเพียงว่าเป็นสัตว์ป่าที่ถูกทอดทิ้ง พร้อมสันนิษฐานว่าอาการเครียดและซึมเศร้าอาจเป็นสาเหตุหนึ่ง เนื่องจากเจ้าบุญทิ้งถูกเลี้ยงโดยมนุษย์มาตั้งแต่เด็กและคุ้นเคยกับคน การย้ายสถานที่และเปลี่ยนผู้ดูแลอย่างกะทันหันจึงอาจส่งผลต่อสภาพจิตใจ นอกจากนี้ยังระบุว่า หากได้รับประวัติการเลี้ยงดูอย่างละเอียดตั้งแต่แรก ก็อาจวางแนวทางดูแลที่แตกต่างออกไป

ด้านหนึ่งในทีมจิตอาสาที่เคยช่วยดูแลเจ้าบุญทิ้ง เปิดเผยความรู้สึกหลังทราบข่าว โดยยืนยันว่า “ทางเราไม่ได้เต็มใจที่จะให้ไปเลย กลับเอาข้อกฎหมายมาข่มขู่เราสารพัดให้รีบนําน้องส่งไป

ตอนไปส่งก็พูดดีสารพัดว่าจะดูแลปรับสภาพน้อง ที่ต้องใช้เวลานาน 1 ปีหรือ 2 ปี ถึง จะปล่อยคืนสู่ธรรมชาติน้องในชมรมจิตอาสาสวนสัตว์สนามจันทร์ มีการสอบถาม ความเป็นอยู่อยู่ตลอด มีการนัดหมายที่จะไปเยี่ยมน้อง แต่ทางโน้นบอกให้ต้องทําเป็น หนังสือเพื่อเข้าเยี่ยม

ครั้งสุดท้ายที่ถามไปเลี่ยงคําตอบจนสุดท้ายยอมรับว่าน้องได้เสียชีวิตแล้ว สาเหตุการเสียชีวิตก็พูดไม่ตรงกันในช่วงแรก จนสุดท้ายได้โทรไปคุย จึงยอมรับและบอกว่าน้องซึมเศร้าจนเสียชีวิต ตอนเอาน้องไป น้องแข็งแรงและสมบูรณ์ดีทุกอย่างค่ะ ตัวดิฉันเป็นตัวแทนที่ไปส่งมอบและพูดคุยกับเจ้าหน้าโดยตรงค่ะ”

ชาวเน็ตพากันทัวร์ลงอินฟลูเอนเซอร์สาวรายนี้อย่างหนัก โดยมองว่าเธอนำเสนอเรื่องราวโดยไม่ตรวจสอบข้อเท็จจริงให้รอบด้าน และตั้งคำถามถึงการเคลื่อนย้ายเจ้าบุญทิ้งของศูนย์ ซึ่งพบว่าเจ้าตัวปิดบัญชีติ๊กต็อกไปแล้ว และตั้งค่าอินสตาแกรมเป็นส่วนตัว

ล่าสุด อินฟลูเอนเซอร์สาวได้ออกมาชี้แจงผ่านเทรดระบุว่า “สวัสดีค่ะ ขออนุญาตออกมาพูดกรณีน้องนาก ก่อนอื่นต้องบอกเลยว่าเสียใจมาก ๆ จริง ๆ และอยากจะขอโทษกับสิ่งที่เกิดขึ้น

ตนผิดที่ไม่ได้หาข้อมูลก่อนทําคลิป ผิดที่ไม่ได้สอบถามข้อมูลเจ้าหน้าที่ก่อน และใช้คําพูดที่ค่อนข้างรุนแรงในคลิปว่าถ้าไม่ปรับปรุงดูแลไม่ดี ควรให้ที่ที่พร้อมกว่านี้ อันนี้ตนยอมรับผิดค่ะ

แต่ ณ วันนั้นที่เราเห็นน้อง ๆ ไม่ใช่แค่น้องนาก แต่น้อง ๆ ทุกตัวที่อยู่ในสวนสัตว์นั้น กรงมีกลิ่นเหม็น มีผักผลไม้เน่าลอยอยู่ในน้ำที่น้องอยู่

ณ ตอนนั้นเราคิดแต่ว่าเราต้องลงมือทําอะไรสักอย่าง เราเดินรอบ ๆ ในวันนั้นช่วงบ่าย ๆ ไม่เจอเจ้าหน้าที่ ก็เลยตัดสินใจทําคลิปขึ้นมา และขอพูดเลยว่าเจตนาในการทําคลิปมีเพียงข้อเดียวเท่านั้น อยากเห็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี สะอาดขึ้น มีคนมาดูแล

หลังจากนั้น พอคลิปเริ่มมีคนเห็นเยอะขึ้น ก็เริ่มมีความหวังว่าจะมีการเปลี่ยนแปลงที่ดีจริงๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องก็ได้ตอบกลับมาว่ามีการเข้าไปทําความ สะอาดแล้ว มีผู้ใหญ่ลงพื้นที่แล้ว พร้อมทั้งมีการโพสต์ภาพการปรับปรุง ตอนนั้นคือดีใจมาก และคิดว่าน่าจะจบตรงนี้

ผ่านไปสักพักก็เห็นมีคนโพสต์ว่าน้องถูกย้ายไปอีกที่นึง โดยไม่มีประกาศใด ๆ ออกมาจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ว่าจะมีการย้าย เรารู้อีกทีคือย้ายไปแล้ว

ไม่นานหลังจากนั้นก็มีพี่จิตอาสาทักมาแจ้งข่าวว่าน้องเสียแล้ว (วันเสาร์ที่ผ่านมา) ตอนนั้นเราไม่ได้นิ่งนอนใจ โทรไปที่ศูนย์นั้นทันที เพื่อสอบถามข้อเท็จจริงว่าน้องบุญทิ้งเสียแล้วจริงไหม สาเหตุคืออะไร เพราะวันนั้น ไม่มีประกาศจากใครเลย นอกจากพี่จิตอาสาท่านนั้น

แต่เรากลับได้ค่าตอบว่าให้ติดต่อมาใหม่ในวันเวลา ราชการ และถามว่าใครให้เบอร์มา และจากนั้นก็เกิดเป็นประเด็นขึ้นมาในวันนี้ ขอย้ำอีกครั้งในเจตนาว่าไม่มีสิ่งอื่นใดนอกจาก “อยากเห็นความเปลี่ยนแปลงที่ดี” ขอโทษอีกครั้งจากใจจริงค่ะ”

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Skip to content