,

“เท้ง ณัฐพงษ์” ยันพรรคไม่ลดเพดาน ย้ำ 10 สส.พร้อมทำหน้าที่ต่อ หลังศาลไม่สั่งหยุดปฏิบัติหน้าที่

วันที่ 24 เมษายน 2569 นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อ หัวหน้าพรรค และแคนดิเดตนายกรัฐมนตรีพรรคประชาชน ให้สัมภาษณ์กรณีศาลฎีการับคำร้อง คดี 44 สส.พรรคก้าวไกล และให้ 10 สส.พรรคประชาชนปฏิบัติหน้าที่ต่อ โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า สิ่งที่พวกเราอยากชี้ให้เห็น คือ อนาคตของระบอบประชาธิปไตยไทย หนึ่งในนั้น คือ กระบวนการยุติธรรมและองค์กรอิสระที่ต้องปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน พร้อมกล่าวว่า สิ่งที่เกิดขึ้นในคดีนายศักดิ์สยาม แม้แต่อดีตตุลาการศาลรัฐธรรมนูญก็ออกมาให้ความเห็นว่า เคยมีคำวินิจฉัยไปแล้วว่าเส้นทางการเงินมีความชัดเจน ผูกพันทุกองค์กร และเปรียบเทียบกับสิ่งที่เกิดขึ้นกับคดี 44 สส. ก็เป็นสิ่งที่สังคมมองเห็นว่า ป.ป.ช. กำลังปฏิบัติไม่เท่าเทียมกันใช่หรือไม่ เมื่อถามว่ายังจะมีการปรับโครงสร้างพรรคเหมือนเดิมหรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า การเลือกคณะกรรมการบริการพรรคชุดใหม่ ขอให้รอที่ประชุมใหญ่ในวันอาทิตย์นี้ก่อน

เมื่อถามว่าเตรียมแนวทางการสู้คดีไว้อย่างไร นพ.วาโย อัศวรุ่งเรือง รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวว่า คาดหวังความยุติธรรมในกระบวนการยุติธรรมในศาลฎีกาฯ คงจะต้องต่อสู้ไปอีกนานพอสมควร เพราะสำนวนคดีนี้เกี่ยวกับมาตรฐานทางจริยธรรมเกิดขึ้นตามรัฐธรรมนูญ 2560 ซึ่งในสำนวนนี้มีผู้คัดค้านถึง 44 คน แต่ละคนก็มีพยานหลักฐานและพยานบุคคล ที่เราต้องการขอหมายจากศาล เพื่อเชิญพยานบุคคลและหลักฐานภายนอกเข้ามา ฉะนั้น คาดว่าคดีนี้น่าจะใช้เวลาประมาณ 1-2 ปีเป็นอย่างน้อย

นพ.วาโย กล่าวเพิ่มเติมว่า ตนและพรรคประชาชนคาดหมายว่าจะได้รับความยุติธรรมเป็นอย่างยิ่ง เพราะที่ผ่านมาได้คัดค้านและโต้แย้งมาตลอดว่า การไต่สวนของ ป.ป.ช. เป็นไปโดยมิชอบ และเราไม่ได้รับความยุติธรรมอย่างแท้จริงในกระบวนการของ ป.ป.ช. เลย เพราะบางคนขอหมายยื่นพยานจาก ป.ป.ช. แค่หมายเดียวป.ป.ช.ก็ยังไม่ออกให้เลยและทั้ง 43 คน ไม่มีใครได้รับอนุญาตจาก ป.ป.ช. ที่จะได้รับหมายขอพยานบุคคลภายนอกเลย จึงคิดว่าน่าจะได้รับความเป็นธรรมในศาล และคำร้องคัดค้านของตนที่ยื่นต่อศาล ขอให้ศาลวินิจฉัยถึงกระบวนการอันมิชอบของ ป.ป.ช. ก็ยังคงอยู่ ไม่ได้ยกคำร้องของตนไป ซึ่งอาจจะมีคำสั่งเดียวกันไปในคราวเดียวกันกับคำพิพากษาก็ได้

ซึ่งในโอกาสนี้ศาลได้เปิดโอกาสให้ ป.ป.ช. โต้แย้งคำพิพาทของตัวเอง ภายใน 15 วัน เพราะถือว่าเป็นกระบวนการที่ชอบแล้ว ป.ป.ช. ก็โต้แย้งมาแล้วกัน เหตุผลที่บอกว่าพยานหลักฐานที่ตนขอไปทั้งหมดไม่เกี่ยวข้องกับคดี ป.ป.ช. ก็ต้องตอบให้ได้ว่าไม่เกี่ยวข้องกับคดีอย่างไร

แต่ทั้งนี้ทั้ง 10 คนเมื่อได้รับคำสั่งให้ปฏิบัติหน้าที่ต่อไปแบบมีเงื่อนไข จะเห็นว่าเงื่อนไขค่อนข้างกว้าง ต้องตีความและผูกอยู่กับคำร้อง โดยแต่ละคนคงจะได้รับคำร้องและเตรียมข้อมูล ดูเนื้อหาตามคำร้องอย่างละเอียด เพื่อปฏิบัติตามเงื่อนไขอย่างเหมาะสม

นพ.วาโย กล่าวถึงกรณี 10 สส. หาก ป.ป.ช. ยื่นอุทธรณ์คัดค้านคำสั่งศาลว่าสามารถดำเนินการได้ตามขั้นตอนทางกฎหมาย เพราะเป็นคู่ความในคดีในฐานะผู้ร้อง ส่วนกรณีนายสนธิญา สวัสดี ไปยื่นร้องคัดค้านคำสั่งศาล แม้จะอ้างว่าเป็นผู้ร้องในชั้น ป.ป.ช. แต่คู่ความในคดีนี้ คือ ป.ป.ช. กับ 44 อดีต สส. พรรคก้าวไกล คาดว่าศาลจะไม่รับคำร้อง เพราะไม่ใช่คู่ความ

เมื่อถามว่าได้คุยกับนายพิธา ลิ้มเจริญรัตน์ อดีตหัวหน้าพรรคก้าวไกลหรือไม่ นพ.วาโย กล่าวว่า คุณพิธา เขากำลังไม่แน่ใจเหมือนกันครับ ก่อนที่นายณัฐพงษ์ จะตอบคำถามแทนว่า ในคดีนี้ได้คุยกับนายพิธา ที่ขณะนี้อยู่ในต่างประเทศ ทั้งนี้ ในส่วนของความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการบริหารพรรคต่อ หากที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี มีมติเลือกให้ดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรคต่อนั้น ทุกคนมีความพร้อมในการปฏิบัติหน้าที่อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอด ส่วนตำแหน่งต่าง ๆ จะเลือกอย่างไร ขอให้ที่ประชุมใหญ่ให้ความเห็นชอบในวันอาทิตย์ที่ 26 เมษายนนี้

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงหลักการส่งรายชื่อผู้ดำรงตำแหน่งผู้นำฝ่ายค้านว่า ในสภาไม่จำเป็นต้องรอการเลือกหัวหน้าพรรค หรือการเลือกกรรมการบริหารพรรคของพรรคประชาชน และตนได้ยืนยันเรื่องนี้ต่อข้าราชการสภาไปแล้ว ฉะนั้นเข้าใจว่ากระบวนการเสนอชื่อตนเป็นผู้นำฝ่ายค้านน่าจะมีการดำเนินการอยู่ ขอไปถามฝั่งประธานรัฐสภาโดยตรง

นายณัฐพงษ์ กล่าวถึงกรณีการสื่อสารกับผู้สนับสนุนพรรค เกี่ยวกับจุดยืนของพรรคในการเสนอแก้ไขประมวลกฎหมายอาญาในบางข้อ เมื่อมีคำสั่งศาลฎีกาออกมาแล้ว จะเดินหน้าอย่างไรโดยไม่เสียอุดมการณ์ว่า เชื่อว่าเพื่อน สส. ที่ยืนอยู่บนเวทีน่าจะได้รับข้อความแสดงความยินดี ที่วันนี้ศาลไม่ได้สั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่

แต่อยากให้ทุกคนตระหนักว่า กระบวนการนิติสงครามไม่ได้หยุดเพียงเท่านี้ สิ่งที่พวกเราโดนคดีมาตรฐานทางจริยธรรมอย่างร้ายแรงในประเด็นนี้ในวันนี้ ไม่ได้เกี่ยวข้องกับตัวเนื้อหากฎหมายที่เสนอแก้ไขเรื่องการใช้อำนาจในกระบวนการนิติบัญญัติแต่อย่างใด แต่เป็นเรื่องปฏิกิริยาตอบโต้จากระบอบการเมืองที่กำลังรวบประเทศนี้อยู่ ไม่ว่าจะมีอำนาจควบคุมหรือเกี่ยวข้องกับกลไกในองค์กรอิสระ หรือการทุจริตคอร์รัปชั่น ที่พรรคอนาคตใหม่ พรรคก้าวไกล พรรคประชาชน เดินหน้าตรวจสอบอย่างเต็มที่มาโดยตลอด ในบรรยากาศที่ทุกคนแสดงความยินดีกับพวกเรา ยืนยันว่าพวกเราพร้อมเดินหน้าขับเคลื่อนเปลี่ยนผ่านระบบการเมืองของประเทศให้เป็นระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุขที่ทำเพื่อประโยชน์ของประชาชนสูงสุด

นายณัฐพงษ์ กล่าวต่อว่า ส่วนการทำหน้าที่ฝ่ายค้านและการตรวจสอบรัฐบาลก็ได้ทำอย่างเข้มข้นมาโดยตลอดอยู่แล้ว เมื่อถามว่าคำสั่งศาลที่ออกมาอาจจะมีเงื่อนไขมาก หลังจากนี้จะลดเพดานในการขับเคลื่อนประเด็นที่แหลมคมแบบนี้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ก็คงไม่ได้มีการลดหรือเพิ่มเพดานอะไร เราก็เดินหน้าในแบบที่เราเคยทำมาโดยตลอด

วันนี้ไม่อยากให้มองในประเด็นคำสั่งศาลอย่างเดียว อยากให้มองว่าสิ่งที่กำลังทำลายประเทศนี้อยู่ ก็คือการทำลายระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข และการทำหน้าที่ของเราอย่างตรงไปตรงมาในฐานะผู้แทนราษฎร วันนี้เราไม่ได้ถูกหยุดปฏิบัติหน้าที่ พร้อมใช้อำนาจทุกอย่างที่เรามีในฐานะ สส. ในสภาขับเคลื่อนทุกอย่างต่อไป ย้ำว่าไม่มีการเพิ่มหรือลดเพดานอะไร

เมื่อถามถึงทิศทางของพรรคหลังจากนี้ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจจะลดโทนลงมา นายณัฐพงษ์ ยืนยันว่า โจทย์ใหญ่ เราไม่เคยเปลี่ยนแปลง ตั้งแต่สมัยพรรคอนาคตใหม่จนถึงพรรคประชาชน และการขับเคลื่อนทางการเมืองก็ไม่จำเป็นต้องเลือก เราจำเป็นต้องเดินหน้าในทุกกระดาน

 

admin Avatar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Resize text-+=
Skip to content