วันที่ 11 พฤษภาคม 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า “โบลท์” (Bolt) หนึ่งในผู้ให้บริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นในไทย ได้ออกแถลงการณ์เป็นเอกสารผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก Bolt Thailand มีใจความว่า
“โบลท์ (Bolt) ยืนยันให้บริการในประเทศไทยตามปกติ
โบลท์ขอยืนยันแก่ผู้ใช้บริการและพาร์ทเนอร์คนขับทุกท่านว่าโบลท์ยังคงเปิดให้บริการตามปกติ โดยปัจจุบันบริษัทอยู่ในระหว่างการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดในกระบวนการขอรับรองระบบอิเล็กทรอนิกส์
เราตระหนักว่า “ความปลอดภัยและความมั่นใจ” คือสิ่งสำคัญในทุกการเดินทาง นับตั้งแต่เริ่มให้บริการในประเทศไทย โบลท์มุ่งมั่นยกระดับมาตรด้านความปลอดภัยอย่างต่อเนื่องในทุกมิติเพื่อมอบประสบการณ์การเดินทางที่ราบรื่นและอุ่นใจให้แก่ทั้งผู้โดยสารและพาร์ทเนอร์คนขับ ดังนี้
1.ความเข้มงวดในการยืนยันตัวตนพาร์ทเนอร์คนขับ
เราใช้เทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ในการตรวจสอบตัวตนพร้อมเพิ่มความถี่ในการสุ่มตรวจเพื่อป้องกันการแอบอ้าง หรือสวมสิทธิ์การใช้งานบัญชีอย่างมีประสิทธิภาพ
2.มาตรการจัดการบัญชีผิดวัตถุประสงค์อย่างเด็ดขาด
โบลท์มีนโยบายไม่ยอมรับการใช้บัญชีร่วมกับผู้อื่นหรือการให้บุคคลอื่นใช้งานบัญชีที่ลงทะเบียนไว้ หากตรวจพบการใช้งานที่ละเมิดข้อกำหนดของแพลตฟอร์มเราจะดำเนินการระงับบัญชีถาวรทันที
3.เทคโนโลยีในการดูแลด้านความปลอดภัยแบบเรียลไทม์
เรามีระบบที่ช่วยเฝ้าระวังและตรวจจับความผิดปกติระหว่างการเดินทาง (AI Monitoring) พร้อมระบบรายงานด้านความปลอดภัยที่ตอบสนองได้อย่างรวดเร็วทันท่วงที
4.แจ้งเตือนก่อนขึ้นรถ
ระบบป๊อปอัป (Pop-Up) ให้ผู้โดยสารตรวจสอบหน้าคนขับทะเบียนรถและข้อมูลบนแอปพลิเคชั่นได้ก่อนเริ่มการเดินทางทุกครั้ง
ฟีเจอร์และเทคโนโลยีเหล่านี้ คือความตั้งใจของโบลท์ในการพัฒนาเพื่อยกระดับมาตรฐานความปลอดภัยและความน่าเชื่อถืออย่างต่อเนื่องเพื่อให้ทุกการเดินทางกับโบลท์เป็นประสบการณ์ที่ราบรื่นสำหรับผู้โดยสารและพาร์ทเนอร์คนขับในทุก ๆ วัน
ตลอดระยะเวลาการดำเนินงานในประเทศไทยความไว้วางใจและการสนับสนุนจากผู้ใช้งานและพาร์ทเนอร์คนขับ คือสิ่งที่มีค่าที่สุดสำหรับเราและเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เราไม่หยุดพัฒนาบริการให้ดียิ่งขึ้น
โบลท์จะยังคงทำงานร่วมกับหน่วยงานภาครัฐ พาร์ทเนอร์คนขับ และผู้ใช้งานทุกภาคส่วน เพื่อร่วมกัน สร้างสรรค์บริการที่ปลอดภัยเป็นธรรมและเข้าถึงได้สำหรับทุกคน ทีมงานโบลท์ขอขอบคุณความไว้วางใจและความเชื่อมั่นที่มีให้เราเสมอมา”
ด้านนายณัฐดนย์ สุขศิริฐานันท์ ผู้จัดการทั่วไปประจำโบลท์ ประเทศไทย กล่าวว่า “โบลท์” เข้าพบหน่วยงานกำกับดูแลเพื่อนำเสนอความคืบหน้า และวางแนวทางการยกระดับมาตรฐานอุตสาหกรรมบริการเรียกรถผ่านแอปพลิเคชันในประเทศไทย โดยมุ่งเน้นการสร้างระบบนิเวศการแข่งขันที่เสรี เป็นธรรม และยกระดับความปลอดภัยสูงสุดแก่ประชาชน
จากการหารือร่วมกับหน่วยงานภาครัฐที่เกี่ยวข้อง โบลท์ได้รับคำแนะนำที่เป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาบริการ โดยยืนยันว่าบริษัทยังคงดำเนินธุรกิจและให้บริการแก่ประชาชนได้ตามปกติในระหว่างขั้นตอนการพิจารณารับรองระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ประชาชนได้รับความสะดวกและปลอดภัยในการเดินทาง
ทั้งนี้ บริษัทพร้อมปฏิบัติงานภายใต้บรรทัดฐานที่เท่าเทียมและเป็นธรรม เพื่อร่วมขับเคลื่อนอุตสาหกรรมเรียกรถผ่านแอปพลิเคชั่นให้ก้าวไปข้างหน้าอย่างยั่งยืน
โดยโบลท์ได้นำเสนอความคืบหน้าของการพัฒนามาตรการด้านความปลอดภัยเชิงรุก ดังนี้
1.การดูแลและเยียวยาผู้เสียหาย
จากกรณีเหตุการณ์ไม่คาดคิดที่เกิดขึ้นกับผู้โดยสารเมื่อช่วงปลายเดือนเมษายนที่ผ่านมา บริษัทมิได้นิ่งนอนใจและได้เข้าดำเนินการช่วยเหลือเยียวยาผู้เสียหายในทันที โดยครอบคลุมทั้งค่ารักษาพยาบาล และค่าเยียวยาสภาพจิตใจเพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น
2.ระบบยืนยันตัวตนระดับสากล
ยกระดับเทคโนโลยีจดจำใบหน้า (Facial Recognition) ให้มีความถี่ในการตรวจสอบสูงขึ้น เพื่อขจัดปัญหาการสวมสิทธิหรือการแชร์บัญชีผู้ใช้งานอย่างเด็ดขาด
3.นโยบาย Zero Tolerance
บังคับใช้นโยบายระงับบัญชีผู้กระทำผิดถาวรทันทีภายหลังการตรวจสอบข้อเท็จจริง เพื่อสร้างมาตรฐานความเชื่อมั่นในทุกการเดินทาง
4.การส่งเสริมการเข้าสู่ระบบอย่างถูกต้อง
เดินหน้าโครงการสนับสนุนผู้ขับขี่ในการขอใบอนุญาตขับรถสาธารณะและการจดทะเบียนรถยนต์สาธารณะ (รย.17 และ รย.18) เพื่อให้เป็นไปตามข้อกำหนดของกฎหมาย
นายณัฐดนย์ ย้ำว่า บริษัทให้ความสำคัญสูงสุดกับมาตรฐานความปลอดภัย และการสร้างระบบนิเวศการแข่งขันที่เป็นธรรม (Fair Competition) และเท่าเทียมกันทั้งอุตสาหกรรม พร้อมลงทุนอย่างต่อเนื่องในโครงการต่าง ๆ เพื่อลดอุปสรรคการเข้าสู่ระบบของผู้ขับขี่ และยกระดับคุณภาพชีวิตในการเดินทางของคนไทยภายใต้มาตรฐานการกำกับดูแลที่เป็นสากล
ทั้งนี้ โบลท์จะยังคงเดินหน้าประสานงานอย่างใกล้ชิดกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมเป็นกลไกสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัลและสร้างมาตรฐานใหม่ด้านความปลอดภัยทางการคมนาคมของประเทศไทยต่อไป












ใส่ความเห็น