วันที่ 21 พฤษภาคม 2569 นายอนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย ร่วมรับฟังการนำเสนอสรุปผลการประชุมเชิงปฏิบัติการ (Workshop) การขับเคลื่อนการดำเนินงานด้านความมั่นคงตามนโยบายรัฐบาล ก่อนกล่าวปิดการประชุมว่า จากการรับฟังการสรุปของผู้แทน ของ 4 หน่วยงานระดับปฏิบัติการ ได้ให้บทสรุปเรื่องปัญหาต่างๆ อย่างปัญหานอมินีที่ให้มีความผิดเท่ากับการฟอกเงินการแก้ไขปัญหายาเสพติด พร้อมกล่าวว่า ขอบอกว่าไม่มีอะไรที่ภายใต้ดวงอาทิตย์นี้ที่ข้าราชการไทยจะทำเพื่อคนไทยไม่ได้ แต่สิ่งนั้นต้องเป็นสิ่งที่ถูกต้องและเป็นประโยชน์เป็นไปตามกฎหมาย และเป็นไปตามระเบียบ
ส่วนการเอกซเรย์ผู้มีอิทธิพล ตนเห็นต่าง เพราะผู้มีอิทธิพลไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่อาจจะมีอิทธิพลในการโน้มน้าวให้คนทำความดี เป็นที่พึ่งพิงของคนได้ ทุกคนก็มีอิทธิพลกับตน ทั้งอิทธิพลทางความคิดในรูปแบบการทำงาน เชื่อว่าบางอย่างตนก็มีอิทธิพลกับท่าน สิ่งเหล่านี้ไม่มีปัญหา ตนจึงบอกให้ยิงไปตรง ๆ คนเหล่านี้ไม่ใช่คนมีอิทธิพล แต่คนเหล่านี้คืออันธพาล นักเลงก็ไม่ใช่ ไม่ใช่คนดีแน่นอน และยังเน้นย้ำว่าอย่าทำงานแบบไฟไหม้ฟางใช้กฎหมายมาดำเนินการ
จากนั้นมีช่วงหนึ่งที่นายอนุทิน ได้กล่าวถึงการหารือเรื่องของการแก้ไขปัญหาพื้นที่ภาคเหนือ ซึ่งจะนำข้อมูลส่งต่อไปยังนายสุชาติ ชมกลิ่น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ก่อนกล่าวติดตลกว่า
“เรายังไม่รู้จักเขาน้อยไปหรอกครับ ผมรู้จักเขามากพอสมควร เป็นคนใช้ได้ เป็นคนนักเลง บางทีพูดผิดเวลานิดหน่อยเท่านั้น แต่ก็ได้มีการขอโทษคู่กรณีแล้ว” นายอนุทิน กล่าว
ก่อนที่นายอนุทิน จะกล่าวต่อว่า การบังคับใช้กฎหมายกับมาเฟียท้องถิ่นอย่างเคร่งครัดถือเป็นสิ่งที่ทุกภาคส่วนเห็นพ้องกันว่าเราจะต้องดำเนินการสิ่งเหล่านี้ ส่วนภาคอีสานตนชอบคำที่ผู้ว่าฯ นครราชสีมาพูด ซึ่งท่านมีแนวทางว่ายาเสพติดต้องซีลชายแดนด้วย จะได้ไม่ต้องเข้ามาพักตามแนวชายแดน พร้อมกล่าวว่า ด้วยความเป็นนายกฯ ในรัฐบาลชุดนี้ ตนตัดสินใจที่จะดูแลหน่วยงานด้านความมั่นคงด้วยตัวเอง ไม่ได้ให้รัฐมนตรีคนใดมากำกับดูแล ตนเข้ามาทำงานกับท่านในสมัยแรกมีเหตุการณ์ความรุนแรงและเรื่องซีเรียสจำนวนมาก ทำให้ตนต้องทำงานกับพวกท่านอย่างใกล้ชิด ตั้งแต่กองทัพไปยังหน่วยงานด้านความมั่นคง การที่อยู่ตรงนี้ทำให้สามารถสื่อสารกับท่านโดยตรง ความเป็นเพื่อนร่วมงาน การสนับสนุนจะตัดสินใจได้เร็ว เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำงาน ที่สำคัญคือความไว้เนื้อเชื่อใจกันถือเป็นสิ่งที่สำคัญ ไม่วางยากไม่สอดไส้ หรือมุ่งทำลายซึ่งกันและกัน ก็จะไม่มีที่ยืนให้กับอันธพาลในประเทศ จึงขอฝากให้ตระหนัก และอย่าได้ท้อแท้หรือท้อถอยในภารกิจที่พวกเราทุกคนมีความรับผิดชอบ
นายอนุทิน กล่าวด้วยว่า อีกหนึ่งคำที่เป็นคีย์เวิร์ดในวันนี้ เป็นคำของผู้การฯ จ.สุราษฎร์ และผู้ว่าฯ ภูเก็ต ข้อมูลคืออำนาจ Information is Power ขอให้ทำแพลตฟอร์มกลางเพื่อรวบรวมฐานข้อมูลจากผู้ป่วยเชื่อมโยงกัน เป็นสิ่งที่กำลังทำ และเดินหน้าต่อไปเพราะต้องเข้าโออีซีดี และทำอีกหลายกิจกรรมที่จะทำให้ไทยเข้าคุณสมบัติที่จะได้ถือว่าเป็นประเทศ ยืนอยู่บนเวทีเดียวกับประชาคมโลกได้ หรือเป็นความจำเป็นอย่างยิ่ง ก่อนย้ำว่า สิ่งที่จะเป็นความกดดันคือความคาดหวังของประชาชนจะบังเกิดขึ้น และมั่นใจว่าจะเกิดสิ่งดีๆให้กับประชาชน











ใส่ความเห็น