กฎหมายการสิ้นสุดชีวิต หรือ “Fin de vie” ที่หลายฝ่ายรอคอยมานานในฝรั่งเศสกำลังอยู่ในช่วงที่มีความขัดแย้งภายในรัฐบาล โดยเฉพาะระหว่าง นายกรัฐมนตรี และ ทำเนียบเอลิเซ (Élysée) เกี่ยวกับแนวทางการออกกฎหมายนี้
ตามคำกล่าวของ แคทเธอรีน โวแต็ง (Catherine Vautrin) รัฐมนตรีสาธารณสุขของฝรั่งเศส เธอเปิดเผยว่ามีความเห็นต่างในเรื่องนี้ระหว่างสองฝ่าย โดยนายกรัฐมนตรีสนับสนุนให้มีการออกกฎหมายสองฉบับ (หนึ่งสำหรับการดูแลผู้ป่วยระยะสุดท้าย หรือ Palliative Care และอีกฉบับสำหรับการช่วยชีวิตผู้ป่วยที่ประสงค์จะจบชีวิตหรือ Active Assisted Dying) ขณะที่ ทำเนียบเอลิเซ ยืนยันว่าเห็นด้วยกับการรวมกฎหมายทั้งสองเข้าด้วยกันเป็นฉบับเดียว
แคทเธอรีน โวแต็ง กล่าวเพิ่มเติมว่า “เราคาดว่าจะได้หารือเรื่องนี้ก่อนสิ้นสุดการประชุมสภาผู้แทนราษฎรในวันที่ 30 มิถุนายนนี้ แต่ยังคงเหลือคำถามสำคัญ คือ เราจะเลือกใช้กฎหมายฉบับใด?” ซึ่งมีตัวเลือกทั้งจาก โอลิวิเยร์ ฟาลอร์นี (Olivier Falorni) อดีตผู้รายงานของรัฐบาลที่เสนอร่างกฎหมายที่มีการอภิปรายแล้วบางส่วนในรัฐสภาเมื่อปีที่แล้ว และจาก ฟรองซัวส์ บายรู (François Bayrou) ที่เสนอให้แยกร่างกฎหมายเป็นสองส่วน เพื่อที่จะสามารถลงคะแนนในแต่ละส่วนแยกกันได้
การหารือในครั้งนี้ยังคงไม่แน่นอนเกี่ยวกับทิศทางที่จะนำไปสู่การตัดสินใจสุดท้าย เนื่องจาก รัฐมนตรีโวแต็ง เองมีแนวโน้มที่จะสนับสนุนการพิจารณากฎหมายฉบับเดียว ซึ่งเธอกล่าวว่า “กฎหมายฉบับเดียวจะช่วยให้การลงคะแนนเป็นไปได้อย่างชัดเจน” แต่กังวลว่า หากแยกเป็นสองฉบับ อาจทำให้ฝ่ายที่ไม่เห็นด้วยกับการช่วยชีวิตผู้ป่วยจะใช้โอกาสนี้โหวตคัดค้าน
การอภิปรายในเรื่องนี้ยังคงมีความไม่แน่นอน โดยเฉพาะในช่วงที่ สมาชิกใหม่ของสภาผู้แทนราษฎร จำนวน 162 คน เข้ามามีบทบาทในการตัดสินใจเรื่องนี้ และ ไม่มีการควบคุมการโหวตในกลุ่มสมาชิก ซึ่งทำให้ความไม่แน่นอนในการผ่านกฎหมายยังคงมีอยู่
ร่างกฎหมายดังกล่าวจะมีบทบาทสำคัญในการพิจารณาผลกระทบต่อสังคมฝรั่งเศส และจะเป็นการตัดสินใจที่ส่งผลต่อทิศทางของการดูแลผู้ป่วยในอนาคต












ใส่ความเห็น