
องค์กรสิ่งแวดล้อมชื่อดัง Greenpeace กำลังเผชิญกับวิกฤติครั้งใหญ่ หลังศาลในสหรัฐฯ มีคำสั่งให้จ่ายค่าปรับกว่า 665 ล้านดอลลาร์ให้กับบริษัท Energy Transfer ผู้ดำเนินโครงการท่อส่งน้ำมัน Dakota Access Pipeline ซึ่ง Greenpeace คัดค้านมาตลอด โดยคณะลูกขุนของรัฐนอร์ทดาโคตาตัดสินว่า Greenpeace ต้องรับผิดชอบต่อข้อกล่าวหาหลายประการที่ถูกยื่นฟ้อง อย่างไรก็ตาม องค์กรได้ประกาศว่าจะยื่นอุทธรณ์ โดย ซุสมา รามัน จาก Greenpeace USA กล่าวอย่างหนักแน่นว่า “คุณไม่สามารถทำให้ขบวนการเคลื่อนไหวล้มละลายได้”

ต้นเหตุของคดีนี้มาจากการประท้วงครั้งใหญ่ระหว่างปี 2016-2017 ซึ่งนำโดยชนเผ่า ซู แห่ง สแตนดิ้ง ร็อก และกลุ่มนักอนุรักษ์สิ่งแวดล้อม รวมถึง Greenpeace พวกเขาพยายามขัดขวางโครงการท่อส่งน้ำมันที่อาจกระทบต่อพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์ของชนพื้นเมืองและแหล่งน้ำของพวกเขา แม้จะมีการชุมนุมครั้งใหญ่ที่มีผู้เข้าร่วมหลายพันคน แต่โครงการกลับได้รับการสนับสนุนต่อภายใต้รัฐบาลของโดนัลด์ ทรัมป์ ส่งผลให้เกิดการปะทะ การจับกุม และมีผู้ได้รับบาดเจ็บจำนวนมาก
แม้ต้องเผชิญกับคำตัดสินที่อาจส่งผลเสียต่อขบวนการเคลื่อนไหวเพื่อสิ่งแวดล้อม Greenpeace ยืนยันว่าจะไม่ยอมแพ้ โดย คริสติน แควเปอร์ จาก Greenpeace International ระบุว่า พวกเขากำลังเตรียมต่อสู้ในศาลยุโรป ล่าสุดองค์กรได้ยื่นฟ้อง Energy Transfer ในเนเธอร์แลนด์ โดยอ้างกฎหมายของสหภาพยุโรปที่ต่อต้านการใช้คดีความเพื่อปิดปากนักเคลื่อนไหว งานนี้ Greenpeace ประกาศชัดเจนว่า “Energy Transfer ยังไม่จบกับเราแน่นอน”









ใส่ความเห็น