
ประเด็นเรื่องการควบคุมโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ในยูเครนกลายเป็นหัวข้อร้อนแรงในการหารือระหว่างประธานาธิบดีโวโลดีมีร์ เซเลนสกี และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยมีความเห็นต่างกันอย่างชัดเจน ขณะที่วอชิงตันอ้างว่า ทรัมป์เคยพิจารณาให้สหรัฐฯ ดูแลโรงไฟฟ้านิวเคลียร์หลายแห่งในยูเครน เซเลนสกียืนยันว่าการพูดคุยนั้นมุ่งเน้นเฉพาะโรงไฟฟ้า ซาโปริฌเฌีย ซึ่งเป็นโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ที่ใหญ่ที่สุดในยุโรปและอยู่ภายใต้การควบคุมของรัสเซียนับตั้งแต่การบุกยูเครนในปี 2022

เซเลนสกีระบุว่า การฟื้นฟูการดำเนินงานของโรงไฟฟ้าแห่งนี้อาจใช้เวลาสองถึงสามปี หากรัสเซียถอนตัวออกจากพื้นที่ โดยเขาย้ำว่าไฟฟ้าจากซาโปริฌเฌียมีความสำคัญต่อทั้งยูเครนและยุโรป พร้อมปฏิเสธข้อกล่าวหาว่าทรัมป์กดดันให้ยูเครนยอมอ่อนข้อให้รัสเซีย โดยกล่าวในงานแถลงข่าวที่ฟินแลนด์ว่า “ผมไม่รู้สึกถึงแรงกดดันใด ๆ จากทรัมป์เลย” และมองว่าการสนทนากับผู้นำสหรัฐฯ เป็นไปอย่างสร้างสรรค์
ท่ามกลางความไม่แน่นอนในสนามรบ เซเลนสกีเผยว่าเขาสื่อสารกับ เอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศสแทบทุกวัน และเตรียมเดินทางไปฝรั่งเศสในสัปดาห์หน้าเพื่อหารือเชิงยุทธศาสตร์ นอกจากนี้ เขายังยืนยันการได้รับมอบเครื่องบินรบ F-16 เพิ่มเติม แต่ไม่ได้เปิดเผยจำนวนที่แน่ชัด ขณะที่สถานการณ์ในแนวรบยังคงตึงเครียด โดยเฉพาะบริเวณ คูร์สก์ ซึ่งกองทัพยูเครนและรัสเซียยังคงปะทะกันอย่างหนัก










ใส่ความเห็น