
ภายใต้แรงกดดันจากวอชิงตัน อิหร่านดูเหมือนจะยอมผ่อนปรนเล็กน้อย โดย อับบาส อารักชี รัฐมนตรีต่างประเทศอิหร่านกล่าวเมื่อวันจันทร์ว่า อิหร่านเปิดรับการเจรจาทางอ้อมกับสหรัฐฯ หลังจากที่ โดนัลด์ ทรัมป์ ออกคำขาดเพื่อให้มีข้อตกลงนิวเคลียร์ใหม่ โดยระบุว่า “ทางสำหรับการเจรจาทางอ้อมเปิดแล้ว” แต่ปฏิเสธที่จะเจรจาต่อหน้า “จนกว่าท่าทีของอีกฝ่ายต่อสาธารณรัฐอิสลามจะเปลี่ยนแปลง”

ตั้งแต่เริ่มดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีในปี 2017 ทรัมป์ได้ใช้ยุทธศาสตร์ “การกดดันสูงสุด” ต่ออิหร่าน โดยการใช้มาตรการคว่ำบาตรหลายครั้ง รวมถึงการคว่ำบาตรน้ำมันอิหร่าน ในปี 2018 ทรัมป์ได้ถอนสหรัฐฯ ออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน และฟื้นฟูมาตรการคว่ำบาตร ซึ่งข้อตกลงปี 2015 กำหนดให้มีการยกเลิกบางมาตรการคว่ำบาตรในแลกกับการควบคุมกิจกรรมทางนิวเคลียร์ของอิหร่าน

ทั้งนี้ อิหร่านได้ตอบโต้การถอนตัวของสหรัฐฯ และการกลับมาของมาตรการคว่ำบาตรด้วยการลดการปฏิบัติตามข้อตกลง โดยอ้างว่าไม่เคยมีการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ แต่มีการพัฒนานิวเคลียร์เพื่อใช้ในทางพลเรือน เช่น การผลิตพลังงาน
ในขณะที่ อาลี คามาเนอี ผู้นำสูงสุดของอิหร่านกล่าวว่า “การขู่ของสหรัฐฯ จะไม่ทำให้ไปไหน” และเตือนถึงการตอบโต้หากสหรัฐฯ ทำร้ายชาติอิหร่าน ในขณะเดียวกัน ทรัมป์ได้ส่งจดหมายถึงอิหร่านในเดือนมีนาคม เพื่อเสนอการเจรจา โดยอ้างว่าเป็นการพยายามป้องกันการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ของอิหร่าน










ใส่ความเห็น