รัฐบาลของประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมลดงบประมาณของกระทรวงการต่างประเทศลงเกือบ 30,000 ล้านดอลลาร์ในปีงบประมาณ 2026 หรือประมาณครึ่งหนึ่งของงบปัจจุบัน พร้อมกับแผนปิดสถานทูตและสถานกงสุลสหรัฐฯ อย่างน้อย 27 แห่ง โดยเฉพาะในแอฟริกาและยุโรป งบประมาณใหม่จะลดลงจาก 54,400 ล้านดอลลาร์เหลือเพียง 28,400 ล้านดอลลาร์ และเงินช่วยเหลือต่างประเทศจะถูกตัดจาก 38,300 ล้านดอลลาร์เหลือ 16,900 ล้านดอลลาร์
ภายใต้แผนนี้ หน่วยงาน USAID ซึ่งเป็นองค์กรหลักในการให้ความช่วยเหลือระหว่างประเทศจะถูกยุบ รวมทั้งยุติโครงการทางการศึกษาและวัฒนธรรมทั้งหมด เช่น โครงการ Fulbright ที่มีมายาวนานตั้งแต่ปี 1946 นอกจากนี้ รัฐบาลยังเสนอจัดตั้งโครงการช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมใหม่ที่เน้นเฉพาะเหตุฉุกเฉินเร่งด่วน และยุติการสนับสนุนโครงการต้อนรับชาวอัฟกันที่เคยทำงานให้รัฐบาลสหรัฐฯ ในช่วงสงคราม 20 ปีในอัฟกานิสถาน
เอกสารยังแสดงแผนปิดสถานทูตในประเทศต่าง ๆ เช่น เอริเทรีย ลักเซมเบิร์ก มัลตา มัลดีฟส์ และสาธารณรัฐคองโก รวมถึงลดขนาดของสถานกงสุลในแคนาดา ญี่ปุ่น และประเทศอื่น ๆ เพื่อประหยัดงบประมาณ การเคลื่อนไหวนี้เป็นส่วนหนึ่งของแนวทาง “ลดขนาดรัฐบาล” ที่ดำเนินการโดยกระทรวงประสิทธิภาพรัฐบาล (DOGE) ภายใต้การนำของมหาเศรษฐี อีลอน มัสก์ ซึ่งกำลังรื้อถอนหน่วยงานต่าง ๆ อย่างรวดเร็วและกว้างขวาง













ใส่ความเห็น