เมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา เซอร์เกย์ ลาฟรอฟ รัฐมนตรีต่างประเทศรัสเซียกล่าวว่า มอสโกพร้อมที่จะทำข้อตกลงเกี่ยวกับสงครามในยูเครน หลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน หยุดการโจมตี โดยลาฟรอฟกล่าวในการสัมภาษณ์กับ CBS News ว่า “เราพร้อมที่จะบรรลุข้อตกลงแล้ว แต่ยังมีบางจุดที่ต้องปรับแต่งเพิ่มเติม และเรากำลังดำเนินการอยู่”
คำกล่าวนี้เกิดขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ออกมาวิพากษ์วิจารณ์การโจมตีของรัสเซียในเมืองเคียฟเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 12 คน ทรัมป์ได้แสดงความคิดเห็นผ่านโซเชียลมีเดียว่า “การโจมตีของรัสเซียไม่จำเป็นและมีเวลาที่ไม่เหมาะสม ปูติน หยุดเถอะ!” แม้ว่าเขาจะเคยกล่าวถึงความสัมพันธ์ที่ดีระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯ และวิจารณ์ยูเครนที่ไม่ยอมรับการผนวกไครเมีย แต่เขาก็ยังคงเรียกร้องให้การสู้รบยุติลง
ในขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีโวโลดิมีร์ เซเลนสกี ของยูเครนได้กล่าวถึงสถานการณ์ล่าสุดที่เกิดขึ้นในเคียฟ โดยกล่าวว่า “เราต้องการความกดดันจากพันธมิตรในด้านการกำหนดมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียใหม่ๆ” ขณะที่ลาฟรอฟกล่าวว่าการโจมตีของรัสเซียมุ่งเป้าไปที่อุตสาหกรรมทางทหารของยูเครน รวมถึงโรงงานผลิตเชื้อเพลิงจรวดและดินปืน
ทั้งนี้ ยูเครนยังคงเผชิญกับการโจมตีทางอากาศอย่างหนักจากรัสเซีย โดยการโจมตีในครั้งนี้ใช้ขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทางการยูเครนยืนยันว่าเกิดขึ้นจริง ขณะที่ลาฟรอฟกล่าวว่า การโจมตีมุ่งเน้นไปที่เป้าหมายทางทหารหรือพื้นที่พลเรือนที่ใช้โดยกองทัพยูเครน โดยยืนยันว่าเป็นสิทธิของกองทัพรัสเซียในการโจมตีเป้าหมายที่เกี่ยวข้องกับการทหาร
ขณะนี้การเจรจาสงบศึกยังคงดำเนินต่อไป และทรัมป์ยังคงสนับสนุนการเจรจาอย่างสม่ำเสมอ แต่ยังไม่สามารถบรรลุข้อตกลงที่ชัดเจนได้












ใส่ความเห็น