ภาพจาก MANDEL NGAN AFP
อันวาร์ อิบราฮิม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ออกมาปฏิเสธว่าไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับบุคคลหรือฝ่ายที่เกี่ยวข้องในคดีของเจฟฟรีย์ เอปสตีน อดีตนักการเงินและผู้ต้องหาคดีล่วงละเมิดทางเพศ หลังจากกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ (DOJ) เปิดเผยเอกสารซึ่งมีการกล่าวถึงชื่อของเขาในอีเมลที่มีการแลกเปลี่ยนกันเมื่อกว่า 10 ปีก่อน
อันวาร์โพสต์บนเฟซบุ๊กว่า “เพิ่งทราบวันนี้เองว่า มีคนนอกต้องการนัดพบ และถึงขั้น ‘เอ่ยชื่อผม’ ไว้ในอีเมลที่เชื่อมโยงกับคดีเอปสตีน” พร้อมระบุว่า “ตามที่ระบุในอีเมลดังกล่าว เรื่องนี้ผ่านมาแล้วกว่าทศวรรษ และผมไม่มีความเกี่ยวข้องใด ๆ กับผู้ที่แลกเปลี่ยนอีเมลเหล่านั้นเลย โดยเฉพาะเอปสตีน”
ภาพจากเฟซบุ๊ก Anwar Ibrahim
อีเมลที่แพร่กระจายในโลกออนไลน์ ลงวันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2012 แสดงให้เห็นว่า ผู้ร่วมงานที่ไม่ทราบชื่อของเอปสตีนได้สอบถามว่า ควรจัดการนัดพบระหว่างอันวาร์กับบุคคลที่ถูกเรียกว่า “เจส” หรือไม่ เพื่อสำรวจผลประโยชน์ในอนาคตที่อาจเกิดขึ้นกับธนาคารสหรัฐฯ เจ.พี. มอร์แกน โดยชื่อ “เจส” คาดว่าหมายถึง เจส สแตนลีย์ ผู้บริหารระดับสูงของธนาคารในขณะนั้น
ในอีเมลดังกล่าวยังระบุว่า หากอันวาร์ ก้าวขึ้นดำรงตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาเลเซีย เขาจะเข้ามาจัดระเบียบและปฏิรูปประเทศ ซึ่งอาจเปิดโอกาสทางธุรกิจจำนวนมาก และถูกมองว่าอาจกลายเป็น “เหมืองทอง” สำหรับธนาคาร เจ.พี. มอร์แกน
สำหรับ อันวาร์ ถือว่าเป็นหนึ่งในบุคคลสำคัญระดับโลก ที่ถูกกล่าวถึงในเอกสารที่เกี่ยวข้องกับเอปสตีน หลังจากเมื่อวันที่ 30 ม.ค.ที่ผ่านมา กระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ มีการเผยแพร่เอกสารกว่า 3 ล้านหน้า ซึ่งยังมีการพาดพิงถึงบุคคลมีชื่อเสียงอีกหลายราย รวมถึงมหาเศรษฐีบิล เกตส์ และเจ้าชายแอนดรูว์ อดีตพระราชวงศ์อังกฤษที่เคยตกเป็นข่าวอื้อฉาว
ที่มา สำนักข่าว CNA











ใส่ความเห็น