อิหร่าน เปิดฮอร์มุซให้เรืออาหรับ-ยุโรป ถ้าขับไล่ทูต “สหรัฐฯ-อิสราเอล”
การตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซ ซึ่งเป็นเส้นทางขนส่งน้ำมันสำคัญของโลก ทำให้ราคาน้ำมันดิบปรับตัวสูงขึ้นอย่างรวดเร็ว และสร้างความผันผวนให้กับตลาดพลังงาน รวมถึงกระทบต่อเงินเฟ้อและตลาดการเงินทั่วโลก
สื่อของรัฐอิหร่านรายงานว่า กองกำลังพิทักษ์การปฏิวัติอิสลามของอิหร่าน (IRGC) ระบุว่า ประเทศอาหรับหรือประเทศในยุโรปใดก็ตามที่ขับไล่เอกอัครราชทูตของอิสราเอลและสหรัฐฯ ออกจากประเทศของตน ประเทศนั้นจะได้รับสิทธิเดินเรือผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้อย่างเสรี
คำประกาศนี้เกิดขึ้นในช่วงที่ความขัดแย้งในตะวันออกกลางทวีความรุนแรง และเริ่มส่งผลต่อการขนส่งทางทะเลในภูมิภาค ซึ่งอาจกระทบต่ออุปทานพลังงานของโลก

ก่อนหน้านี้ โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ ระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ และอิสราเอลต่อเป้าหมายของอิหร่าน มีเป้าหมายเพื่อลดขีดความสามารถด้านขีปนาวุธและโดรนของเตหะราน
ขณะที่อิหร่านพยายามแสดงให้เห็นว่ายังมีอำนาจต่อรอง โดยเฉพาะการควบคุมเส้นทางเดินเรือสำคัญของโลกอย่างช่องแคบฮอร์มุซ
นักวิเคราะห์มองว่า หากเส้นทางขนส่งน้ำมันผ่านช่องแคบแห่งนี้เกิดปัญหาจริง อาจทำให้ราคาพลังงานพุ่งสูง และส่งผลกระทบเป็นวงกว้างต่อเศรษฐกิจและตลาดการเงินทั่วโลก
ทั้งนี้ ช่องแคบฮอร์มุซถือเป็นหนึ่งในจุดยุทธศาสตร์ด้านพลังงานที่สำคัญที่สุดของโลก โดยมีน้ำมันประมาณ 1 ใน 5 ของการขนส่งทางทะเลทั่วโลก ผ่านเส้นทางน้ำแคบแห่งนี้










ใส่ความเห็น