วันที่ 25 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ทำเนียบขาวของสหรัฐฯ ได้แถลงเมื่อวันศุกร์ที่ 24 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่นว่า นายสตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯ และนายจาเร็ด คุชเนอร์ บุตรเขยของทรัมป์ กำลังออกเดินทางเพื่อมุ่งหน้าไปยังกรุงอิสลามาบัด ประเทศปากีสถาน โดยคาดว่าจะถึงจุดหมายปลายทางในช่วงเช้าวันเสาร์ที่ 25 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเตรียมเข้าเจรจากับฝั่งอิหร่านในการยุติสงครามที่เกิดขึ้น โดยมีปากีสถานเป็นตัวกลางช่วยไกล่เกลี่ย
นางแคโรไลน์ เลวิตต์ โฆษกทำเนียบขาวแถลงว่า ทรัมป์ตัดสินใจส่งวิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษ และคุชเนอร์ บุตรเขยไปยังกรุงอิสลามาบัด เพื่อมุ่งหวังว่าจะสามารถบรรลุการเจรจาข้อตกลงสันติภาพกับอิหร่านได้ ส่วนนายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาสันติภาพกับอิหร่านที่กรุงอิสลามาบัดครั้งแรกก็ได้ “เตรียมพร้อม” รอเดินทาง หากการพูดคุยประสบความสำเร็จ
นางเลวิตต์ กล่าวอีกว่า การเดินทางไปครั้งนี้ของคณะเจรจาจะเปิดโอกาสรับฟังข้อเสนอต่าง ๆ ของอิหร่านอย่างเต็มที่ ซึ่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ยินดีจะให้โอกาสในการเจรจาทางการทูตเสมอ พร้อมกล่าวว่า สหรัฐฯ เห็นความคืบหน้าจากฝ่ายอิหร่านในช่วง 2-3 วันที่ผ่านมา
อย่างไรก็ดี นายเอสมาอิล บากาอี โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน เปิดเผยว่า ตนเองและนายอารักชี รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ได้เดินทางมาถึงกรุงอิสลามาบัดแล้วตั้งแต่ช่วงค่ำวันศุกร์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น โดยนายอารักชี มีกำหนดเข้าหารือกับเจ้าหน้าที่ระดับสูงของปากีสถาน แต่ยืนยันว่ายังไม่มีแผนเจรจากับสหรัฐฯ โดยตรงแต่อย่างใด และข้อเสนอของอิหร่านที่แจ้งกับปากีสถานจะถูกส่งต่อไปยังปากีสถานและสหรัฐฯ ต่อไป
โฆษกกระทรวงการต่างประเทศอิหร่าน ยังระบุด้วยว่า ข้อเสนอดังกล่าวที่อิหร่านยื่นไปจะเป็นเพียงจุดเริ่มต้นในการเจรจาสันติภาพกับฝ่ายสหรัฐฯ เท่านั้น
ด้านสถานทูตอิหร่านประจำกรุงอิสลามาบัด กล่าวว่า นายอารักชีมีแผนทบทวนประเด็นปัญหาระดับทวิภาคีและหารือเกี่ยวกับพัฒนาการในภูมิภาค
ทั้งนี้มีรายงานจากสำนักข่าวบีบีซีที่ได้ตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ทรัมป์ได้ยืนกรานในสัปดาห์นี้ว่าสหรัฐฯ ไม่ได้รู้สึกถูกกดดันให้ยุติสงครามกับอิหร่าน แต่ข่าวความเคลื่อนไหวที่ว่าการเจรจาระหว่างสหรัฐกับอิหร่านยังคงดำเนินต่อไปในช่วงสุดสัปดาห์นี้ ได้ตอกย้ำอีกครั้งให้เห็นถึงความไม่สอดคล้องกันระหว่างถ้อยแถลงต่อสาธารณะของรัฐบาลสหรัฐกับความพยายามเบื้องหลังของทำเนียบขาวในการหาทางยุติสงคราม ซึ่งสิ่งนี้บ่งชี้ว่าทั้งสองฝ่ายกำลังพยายามแสวงหาแนวทางเดินหน้าต่อไป แม้จะยังมีสัญญาณที่ขัดแย้งกันจากทรัมป์และท่าทีแข็งกร้าวจากฝ่ายอิหร่าน คำถามสำคัญในขณะนี้คือ ทั้งสองประเทศจะสามารถทำให้มีความคืบหน้าเพียงใดในการเจรจาที่ปากีสถาน
บีบีซียังตั้งข้อสังเกตด้วยว่า การที่นายเจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ไม่ได้ไปร่วมเจรจาในครั้งนี้ด้วย อาจหมายความว่าทั้งสองประเทศไม่ได้คาดหวังว่าจะมีความคืบหน้าสำคัญจากการเจรจาครั้งนี้ แต่ด้วยที่การเจรจายังมีความพยายามให้เกิดการคืบหน้าต่อไปก็หมายความว่าทั้งสหรัฐฯ และอิหร่านยังคงสนใจที่จะบรรลุข้อตกลงสันติภาพร่วมกันในอนาคต












ใส่ความเห็น