วันที่ 20 เมษายน 2569 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับสถานการณ์สงครามในตะวันออกกลาง หลังก่อนหน้านี้มีการตกลงหยุดยิงชั่วคราวระหว่างสหรัฐฯ – อิสราเอล กับอิหร่าน เป็นระยะเวลาอย่างน้อย 15 วัน พร้อมทั้งมีการเจรจาหารือกันไปรอบแรกแล้วระหว่างสหรัฐฯกับอิหร่าน แต่ผลการเจรจาล้มเหลวไม่ได้ข้อสรุป
ล่าสุดสำนักข่าวต่างประเทศรายงานย้ำถึงคำแถลงของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา ที่ได้กล่าวไว้ก่อนหน้านี้ว่า สหรัฐฯ ยืนยันว่าจะส่งคณะผู้แทนเดินทางไปยังกรุงอิสลามาบัด เมืองหลวงของประเทศปากีสถาน ในช่วงเย็นวันจันทร์ที่ 20 เมษายนนี้ ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อเตรียมการเจรจาหารือกับอิหร่านอีกครั้ง หลังกำหนดเส้นตายของข้อตกลงการหยุดยิงชั่วคราวจะหมดลงในอีก 1 วันให้หลัง หรือในวันอังคารที่ 21 เมษายน ตามเวลาท้องถิ่น
ด้านเจ้าหน้าที่ระดับสูงรายหนึ่งประจำทำเนียบขาว กล่าวว่า คณะผู้แทนของสหรัฐฯ จะนำโดย เจดี แวนซ์ รองประธานาธิบดี ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะผู้แทนในการเจรจาสันติภาพครั้งแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน พร้อมด้วย สตีฟ วิทคอฟฟ์ ทูตพิเศษของทรัมป์ และ จาเร็ด คุชเนอร์ ลูกเขยทรัมป์ อย่างไรก็ตามในช่วงไล่เลี่ยกัน ทรัมป์ได้ออกมาให้สัมภาษณ์กับสำนักข่าว ABC News และ MS Now ว่า แวนซ์จะไม่ได้เดินทางไปปากีสถาน
ด้านปากีสถาน ซึ่งเป็นประเทศตัวกลางในการไกล่เกลี่ยศึกครั้งนี้ก็มีความคืบหน้าเช่นกัน โดยมีรายงานว่า ปากีสถานกำลังเตรียมการต่าง ๆ เพื่อรองรับการเจรจารอบใหม่ โดยมีรายงานว่าเครื่องบินขนส่ง C-17 ขนาดใหญ่ของสหรัฐฯ สองลำได้ลงจอดที่ฐานทัพอากาศของปากีสถานเมื่อช่วงบ่ายวันอาทิตย์ที่ผ่านมาตามเวลาท้องถิ่น พร้อมด้วยอุปกรณ์รักษาความปลอดภัยและยานพาหนะ เพื่อรองรับการเดินทางมาถึงปากีสถานของคณะผู้แทนสหรัฐฯ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวได้ถูกเปิดเผยจากแหล่งข่าวด้านความมั่นคง 2 นายของปากีสถาน
นอกจากนี้ยังมีรายงานว่าในกรุงอิสลามาบัดได้มีการระงับการให้บริการระบบขนส่งสาธารณะและการจราจรของรถบรรทุกขนส่งสินค้าขนาดใหญ่ที่วิ่งในเมือง พร้อมทั้งมีการนำลวดหนามมาติดตั้งใกล้โรงแรมเซเรนา ซึ่งเป็นโรงแรมที่ใช้ในการเจรจาของทั้งสองฝ่ายในรอบแรกเมื่อสัปดาห์ก่อน ขณะที่ทางโรงแรมได้แจ้งให้แขกทั้งหมดออกจากพื้นที่แล้ว
ส่วนความคืบหน้าจากฝั่งอิหร่าน นายโมฮัมหมัด บาเกอร์ กาลิบาฟ ประธานรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะเจรจาฝ่ายอิหร่าน กล่าวก่อนหน้านี้ว่า ทั้งสองฝ่ายต่างเห็นว่ามีความคืบหน้าในการเจรจา แต่ยังมีความเห็นที่ต่างกันมากในหลายประเด็นสำคัญ โดยเฉพาะประเด็นนิวเคลียร์และช่องแคบฮอร์มุซ
ส่วนฝั่งพันธมิตรยุโรป ซึ่งถูกทรัมป์วิจารณ์ออกสื่อหลายครั้งว่า ไม่ช่วยสนับสนุนในสงครามครั้งนี้ ก็ได้แสดงความเป็นห่วงว่า ทีมเจรจาจากสหรัฐฯ อาจจะเร่งผลักดันข้อตกลงที่รวดเร็วแต่ผิวเผิน ซึ่งอาจต้องใช้เวลาอีกหลายเดือนหรือหลายปีในการเจรจาทางเทคนิคเพิ่มเติมด้วย












ใส่ความเห็น