A staff member cuts Scottish salmon at the Maison du caviar restaurant in Paris on September 9, 2024. (Photo by GEOFFROY VAN DER HASSELT / AFP)
วันที่ 7 พฤษภาคม 2569 ผศ.ดร.ธรณ์ ธำรงนาวาสวัสดิ์ รองคณบดีฝ่ายกิจการพิเศษ คณะประมง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ และผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศวิทยาทางทะเล โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก “Thon Thamrongnawasawat” เรื่องการเลี้ยงปลาแซลมอนในไทย ระบุว่า “คนไทยชอบกินแซลมอน ไทยนำเข้ามากเป็นอันดับ 5 ของโลก ปีละ 7-8 พันล้านบาท แซลมอนเป็นปลาน้ำเย็น เราเลี้ยงไม่ได้ แต่ถ้าเราหาน้ำเย็นได้ล่ะ ?
นี่คือจุดพลิกผัน เมื่อคณะประมงเริ่มทดลองเลี้ยงแซลมอนในระบบปิดเป็นครั้งแรกของไทย !
เพราะเราร่วมมือกับ PTT LNG นำความเย็นที่ได้จากโรงแยกก๊าซ มาหล่อเย็นจนได้น้ำเย็นในระดับเหมาะสม
ก๊าซในอ่าวไทยลดลง ในอนาคตเราต้องนำเข้า LNG เพิ่มมากขึ้นเรื่อย ๆ ความเย็นมีแต่ถูกทิ้งไปไร้ประโยชน์
การเลี้ยงระบบปิด รวมถึงปลาไม่มีทางอยู่ได้ในน้ำร้อน/แหล่งธรรมชาติของไทย (เลี้ยงที่กรุงเทพ/ระยอง ไม่ใช่บนภูเขา) ทำให้ปลอดภัยจากเอเลี่ยนสปีชี่ส์
ไม่มีกรณีปลาหมอคางดำแน่นอน เราระมัดระวังสูงสุด
ไข่ปลาแซลมอนที่ผสมแล้วจากประเทศชิลี จำนวน 20,000 ฟอง ผ่านการตรวจสอบทางกม. มาถึงคณะประมงแล้วครับ
นาทีประวัติศาสตร์เริ่มต้น ทีมวิจัยของคณะประมงบรรจงนำไข่น้อย ๆ วางเรียงในห้องแลปทันสมัยที่สุด จัดทำมาเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ
มันอาจต้องใช้เวลาพอสมควร กว่าเราจะทำให้เป็นจริงได้ในระดับตลาด
แต่ถ้าคิดถึงเงินปีละ 8 พันล้าน ประเทศชาติประหยัดเงินได้มหาศาล ไม่ต้องทำตลาดด้วย เพราะคนไทยชอบกินแซลมอน
นี่คือการนับหนึ่งของประมงยุคใหม่ ปลาทุกตัวที่ได้ต่อจากนี้ไปคือกำไรของประเทศไทย เพราะตอนนี้เรานำเข้า 100%
และนั่นคือความพยายามของคณะประมง ม.เกษตรศาสตร์
ลดการขาดทุนของประเทศชาติ แสวงหาหนทางใหม่ สร้างกำไรให้คนไทย !
หมายเหตุ – ผลพลอยได้ ปลา 20,000 ตัว มันต้องมีตายบ้าง ว่าแต่…ตายแล้วไปไหนนะ”












ใส่ความเห็น