“ยศชนัน” หารือทูตญี่ปุ่น เดินหน้าความร่วมมืออวกาศ–เซมิคอนดักเตอร์–ซินโครตรอน พร้อมขยายผล KOSEN ขับเคลื่อน New Growth Engine แห่งอนาคต

 

เมื่อวันที่ 14 พฤษภาคม 2569 ศ.ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์ รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ให้การต้อนรับ H.E. Mr. Otaka Masato เอกอัครราชทูตญี่ปุ่นประจำประเทศไทย เพื่อหารือแนวทางการส่งเสริมความร่วมมือด้าน อววน. ระหว่างไทยกับญี่ปุ่น โดยมุ่งเน้นความร่วมมือในสาขาสำคัญ ได้แก่ การจัดการศึกษาหลักสูตร KOSEN ในประเทศไทยเทคโนโลยีอวกาศ แสงซินโครตรอน และเซมิคอนดักเตอร์ โดยมี มี ทพญ.ศรีญาดา ปาลิมาพันธ์ ที่ปรึกษา รมว.อว. นายฉัตริน จันทร์หอม เลขานุการรมว.อว. ศ.ดร.ศุภชัย ปทุมนากุล ปลัดกระทรวง อว. นางเพ็ญนภา กัญชนะ ผู้ตรวจราชการกระทรวง อว. นางวัฒนา โสภีสุขสอาด ที่ปรึกษาด้านยุทธศาสตร์และแผนการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม พร้อมด้วยผู้บริหารจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าร่วม ได้แก่ พว. สอวช. สซ. สทอภ. และ สดร. ณ ห้องรับรองพระจอมเกล้า ชั้น 4 สำนักงานปลัดกระทรวง อว. (โยธี)

 

ศ.ดร.ยศชนัน กล่าวว่า รัฐบาลไทยให้ความสำคัญกับการส่งเสริมเทคโนโลยี นวัตกรรม และการพัฒนาบุคลากรด้านเทคโนโลยีขั้นสูง เพื่อขับเคลื่อนอุตสาหกรรมอนาคตและสร้าง New Growth Engine ให้แก่ประเทศ โดยญี่ปุ่นเป็นพันธมิตรสำคัญที่มีความเชี่ยวชาญสูงในหลายสาขา และมีศักยภาพในการเชื่อมโยงความร่วมมือกับภาคอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น เพื่อสนับสนุนการพัฒนาขีดความสามารถของไทยในระยะยาว การหารือครั้งนี้สะท้อนถึงความมุ่งมั่นร่วมกันของไทยและญี่ปุ่นในการยกระดับความร่วมมือด้าน อววน. โดยเฉพาะการพัฒนาเทคโนโลยีขั้นสูง โครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ อุตสาหกรรมอนาคต การพัฒนากำลังคน และการใช้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเพื่อแก้ไขปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

 

ศ.ดร.ศุภชัย กล่าวว่า ในด้านการพัฒนากำลังคน การจัดการศึกษาหลักสูตร KOSEN ในประเทศไทย โดยมีการเปิดหลักสูตร ณ สจล. และ มจธ. โดยไทยมีแผนขยายผลในระยะที่ 2 โดยอาจเปิดหลักสูตรเพิ่มเติม ณ สถาบันอุดมศึกษาอื่น 1–2 แห่ง ทั้งนี้ อว. ได้หารือกับ National Institute of Technology (NIT) ของญี่ปุ่น เพื่อผลักดันการรับรองหลักสูตร KOSEN ในประเทศไทยให้เทียบเท่ากับการรับรองหลักสูตรในญี่ปุ่นต่อไป

 

นอกจากนี้ ด้านผู้แทนของหน่วยงานในสังกัด อว. ได้กล่าวถึงความร่วมมือระหว่างไทยและญี่ปุ่นมาอย่างยาวนาน ไม่ว่าจะเป็นการใช้เทคโนโลยีเรดาร์ (SAR) ในการยกระดับประสิทธิภาพการติดตามพื้นที่ การบริหารจัดการภัยพิบัติ และการศึกษาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ การพัฒนาเครื่องกำเนิดแสงซินโครตรอนรุ่นที่ 4 ของประเทศไทย ซึ่งจะเป็นโครงสร้างพื้นฐานทางวิทยาศาสตร์ขั้นสูงที่สำคัญต่อการวิจัยและอุตสาหกรรมของประเทศ และความร่วมมือเซมิคอนดักเตอร์ รวมทั้งการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดาวเทียมร่วมกับ Internet of Things หรือ IoT เพื่อพัฒนาระบบเตือนภัยพิบัติ

 

 

ด้าน H.E. Mr. Otaka Masato กล่าวว่า ไทยและญี่ปุ่นมีความสัมพันธ์อันดีและมีความร่วมมือที่ยาวนาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ทั้งสองประเทศสามารถขยายความร่วมมือด้านเทคโนโลยีอวกาศ ซึ่งเป็นสาขาที่ญี่ปุ่นเชี่ยวชาญและมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกัน ไทยก็มองเห็นอุตสาหกรรมอวกาศเป็นโอกาสที่จะสามารถพัฒนาให้เติบโตได้ในอนาคต โดยเฉพาะการใช้ดาวเทียมและข้อมูลจากดาวเทียมเพื่อการเกษตร การเฝ้าระวังและบริหารจัดการภัยพิบัติ ตลอดจนการใช้ประโยชน์ในด้านเศรษฐกิจและสังคม

 

ขณะเดียวกัน ความคืบหน้าของการจัดทำร่างบันทึกความร่วมมือด้านอวกาศระหว่างกระทรวง อว. และกระทรวงเศรษฐกิจ การค้า และอุตสาหกรรมของญี่ปุ่น (METI) ญี่ปุ่นได้นำส่งร่างเอกสารให้ฝ่ายไทยพิจารณาแล้ว ซึ่งปลัดกระทรวง อว. ให้ข้อมูลว่า อว. ได้พิจารณาร่างดังกล่าวแล้ว และอยู่ระหว่างดำเนินการตามขั้นตอนเพื่อเสนอขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีต่อไป

 

 

 

 

admin Avatar

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *

Latest posts
Author Profile
WeReportNews Avatar
Resize text-+=
Skip to content