นายธีรพัฒน์ คัชมาตย์ อธิบดีกรมป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย (ปภ.) เปิดเผยว่า กรมปภ.ในฐานะกองอำนวยการป้องกันและบรรเทาสาธารณภัยกลาง (กอปภ.ก.) ได้ติดตามสภาวะอากาศร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กรมอุตุนิยมวิทยาและสำนักงานทรัพยากรน้ำแห่งชาติ ก่อนพบว่า ในช่วงนี้ยาวไปจนถึงวันที่ 27 กันยายน 2569 หลายพื้นที่ของประเทศไทยจะเกิดฝนตกหนักและฝนตกหนักมากบางแห่ง โดยจะเริ่มมีผลกระทบในภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง และภาคตะวันออกก่อน แล้วตามด้วยภาคอื่น ๆ โดยสาเหตุที่ฝนจะตกหนักมาจากหย่อมความกดอากาศต่ำกำลังแรงบริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนามตอนกลางจะเคลื่อนเข้าปกคลุมเกือบทุกภูมิภาคของประเทศไทย ตั้งแต่ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาคตะวันออก ภาคกลาง ตลอดจนกรุงเทพฯ และปริมณฑล ประกอบกับมรสุมตะวันตกเฉียงใต้พัดปกคลุมทะเลอันดามัน ประเทศไทย และอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น ส่วนคลื่นลมบริเวณทะเลอันดามันและอ่าวไทยจะมีกำลังแรงขึ้น โดยอ่าวไทยตอนบนจะมีคลื่นสูงได้ถึง 3 เมตร
จากสถานการณ์ดังกล่าวจะส่งผลให้ตั้งแต่วันนี้-วันที่ 27 กันยายน 2569 จะมีพื้นที่เสี่ยงเฝ้าระวังน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขังในเขตชุมชนเมืองอยู่หลายพื้นที่ โดยจำแนกพื้นที่ต่าง ๆ ได้ดังนี้
1.พื้นที่เฝ้าระวังเกิดน้ำท่วมฉับพลัน น้ำป่าไหลหลาก ดินโคลนถล่ม และน้ำท่วมขัง ได้แก่
-ภาคเหนือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ภาคกลาง ทุกจังหวัด
-ภาคใต้ จำนวน 7 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี สงขลา ระนองพังงา ภูเก็ต และนราธิวาส
2.พื้นที่เฝ้าระวังคลื่นลมแรง
-ภาคกลาง 6 จังหวัด ประกอบด้วย จังหวัดชลบุรี ระยอง จันทบุรี ตราด เพชรบุรี และประจวบคีรีขันธ์
-ภาคใต้ 3 จังหวัด ได้แก่ จังหวัดชุมพร สุราษฎร์ธานี และนครศรีธรรมราช
3.พื้นที่เฝ้าระวังระดับน้ำเพิ่มขึ้นฉับพลัน น้ำล้นตลิ่ง และเกิดน้ำท่วมขังในพื้นที่ลุุ่มต่ำ ได้แก่ แม่น้ำเมย แม่น้ำยวม และลำน้ำแม่สะเรียง จังหวัดแม่ฮ่องสอน แม่น้ำวังทอง จังหวัดพิษณุโลก แม่น้ำภาชี จังหวัดราชบุรี แม่น้ำนครนายก จังหวัดนครนายก แม่น้ำปราจีนบุรี จังหวัดปราจีนบุรี คลองพระสทึงและคลองพระปรง จังหวัดสระแก้ว แม่น้ำจันทบุรี จังหวัดจันทบุรี คลองกะเปอร์ จังหวัดระนอง แม่น้ำสายบุรีและแม่น้ำโก-ลก จังหวัดนราธิวาส
4.พื้นที่เฝ้าระวังเสี่ยงน้ำท่วมบริเวณท้ายเขื่อนเจ้าพระยา ซึ่งคาดการณ์ว่าจะมีมวลน้ำหลากมาจากตอนบนของลุ่มน้ำไหลผ่านเขื่อนเจ้าพระยาในระดับ 1,500 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที อันส่งผลให้ระดับน้ำเพิ่มขึ้นได้มากถึง 0.75- 1.25 เมตร และจะส่งผลต่อพื้นที่ลุ่มต่ำนอกคันกั้นน้ำบริเวณจังหวัดชัยนาท สิงห์บุรี อ่างทอง พระนครศรีอยุธยา และปทุมธานี
อธิบดีกรมปภ. ระบุด้วยว่า ขอให้ประชาชนใน 70 จังหวัด และกรุงเทพมหานครเตรียมรับมือกับฝนที่จะตกหนัก ซึ่งอาจทำให้เกิดน้ำท่วมได้ พร้อมได้กำชับเจ้าหน้าที่ให้ติดตามสภาพอากาศและสถานการณ์น้ำในพื้นที่ต่าง ๆ อย่างใกล้ชิด รวมถึงจัดเตรียมทีมปฏิบัติการพร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ เพื่อให้เข้าช่วยเหลือประชาชนได้ทันทีหากเกิดเหตุอุทกภัย พร้อมขอให้ประชาชนติดตามสภาพอากาศและการแจ้งเตือนภัยจากหน่วยงานราชการอย่างต่อเนื่อง โดยหากมีข้อสงสัยหรือต้องการขอความช่วยเหลือสามารถโทรสายด่วน 1784 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง












ใส่ความเห็น